ี่อีกฟากหนึ่งของถนนสายนี้ ในห้องโถงใหญ่ของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีพลังสูงยิ่งกำลังรอเขาอย่างใจจดใจจ่อ!
สามารถพูดได้เลยว่า… ฉู่โม่วคือคนที่เปล่งประกายที่สุดในเวลานี้
พอคิดแบบนั้น
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นสาวเท้าฉับไวขึ้น
หนทางแม้จะยาวไกลแต่ก็มีจุดสิ้นสุด
เมื่อไปถึงปลายทาง เสียงระฆังก็หยุดเงียบลง
“ทุกคนออกไปก่อน… ส่วนคุณโปรดเดินเข้ามา!”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง
ประโยคก่อนหน้านั้นออกคำสั่งต่อผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ในวิหารที่เข้าแถวรอต้อนรับ เมื่อเห็นหน้าฉู่โม่วที่เปี่ยมรอยยิ้ม พวกเขาจึงแยกย้ายออกไป
และแน่นอนว่าประโยคสุดท้าย นั่นเป็นสิ่งที่พูดกับฉู่โม่ว
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย เขายืดอกขึ้นและเดินเข้าไปในโถงกว้าง
…
ขนาดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ค่อนข้างโอ่โถง มันตั้งอยู่บนเทือกเขาแกนกลางของสุดยอดฐานจงไห่
เมื่อยืนอยู่บนนี้จะสามารถมองเห็นได้รอบฐาน
ตัวห้องโถงหลักตกแต่งอย่างวิจิตรและโปร่งกว้าง มีเพียงเสาหินสี่มุมเท่านั้นที่รับน้ำหนักจากหลังคาเอาไว้
มองแล้วก็ไม่ต่างจากศาลาที่ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่า
ในโถงนั้น
ปรากฏร่างของผู้ปลุกพลังราวยี่สิบคนอยู่ภายใน พวกเขามีรูปร่างแตกต่างกันทั้งชายหญิง หากมีบางสิ่งเหมือนกันนั่นก็คือกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว
เว้นเพียงบางคนเท่านั้นที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ ที่เหลือล้วนยากหยั่งราวผืนสมุทร นั่นทำให้ผู้พบเห็นหวาดกลัวไม่น้อ