นจุดนั้นได้!
เมื่อคนผู้นั้นกลายเป็นผู้สืบทอดระดับสูงก็เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็นคนที่ได้นั่งเก้าอี้บริหารในวิหารราชันย์เทพยุทธ์อย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นไปได้มากที่จะได้เป็นเจ้าวิหารคนต่อไป!
ในตอนนี้สุดยอดฐานจงไห่มีผู้สืบทอดระดับสูงเพียงคนเดียวเท่านั้น!
และตอนนี้เอง
การที่ผู้อาวุโสของวิหารมาด้วยตัวเองจะตีความเป็นอะไรไปได้อีก…
หากให้เดา อย่างน้อย ๆ ฉู่โม่วคงได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์สายใน และหากมากกว่านั้น… มีความเป็นไปได้สูงว่าจะกลายเป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์
และเมื่อถึงตอนนั้น
ชายผู้นี้จะกลายเป็นผู้สืบทองระดับสูงเพียงคนเดียวของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมด!
นี่มันอะไรกัน?
เป็นเกียรติอะไรอย่างนี้?
นั่นเท่ากับ… อนาคตที่รุ่งโรจน์ไม่ใช่หรือ?
เสียงของผู้ปลุกพลังทั้งหลายระคนไปด้วยความตกใจปนอิจฉา
ตอนนั้นเองฉู่โม่วก็เดินออกมา
เมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังอันน่าเกรงขามจากคนทั้งสามก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นราชันย์เทพยุทธ์ผู้ทรงพลัง ดังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายแสดงความนอบน้อม “ผู้อาวุโสสวีมาด้วยตนเอง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”
เมื่อทักทายจบจึงเอี้ยวตัวไปด้านข้างเล็กน้อย “เชิญผู้อาวุโสทั้งสามเข้ามาคุยกันข้างในก่อนเถอะครับ”
“ไม่ต้องมากพิธี”
สวีซิงเหอยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับอีกสองคนที่เหลือ
…
ภายในห้องรับรองของคฤหาสน์
ฉู่โม่วและสวีซิงเหอนั่งตรงข้ามกัน
หลี่โย่วเวยเดินเข้ามาเพื่อเสิร์ฟน้ำชา ก่อน