จะโค้งคำนับเล็กน้อยและเดินจากไป
เดิมทีดวงตาของสวีซิงเหอจับจ้องที่ฉู่โม่ว ทว่าเมื่อมองไปยังหลี่โย่วเวยกลับชะงักงันอย่างเผลอตัว ความตื่นเต้นปรากฏบนดวงหน้า คล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
หลังจากที่หลี่โย่วเวยออกไปแล้ว เขาก็ถามด้วยความกระวนกระวาย “สหายตัวน้อย ขอถามหน่อยว่าเด็กสาวคนนั้น…”
“เป็นศิษย์ของผมเอง เธอชื่อหลี่โย่วเวยครับ”
ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม
“ศิษย์ของคุณงั้นหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของผู้อาวุโสก็เจือรอยผิดหวัง
มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าใจของเขาสั่นโครมครามราวพายุเพียงไหนเมื่อได้เห็นหลี่โย่วเวย!
ทั้งรู้ได้ทันทีว่าเธอยังเด็กนัก ตอนนี้อายุคงไม่เกินสิบหกปีเสียด้วยซ้ำ
แต่กลับมีฐานพลังอยู่ในขั้นนายพลเมืองแล้ว!
นี่มันความสามารถประเภทไหนกัน?
เกือบจะเทียบได้กับราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่ง!
หากเข้าร่วมวิหารราชันย์เทพยุทธ์และได้รับการฝึกฝนอย่างดีละก็ เกรงว่าในอนาคตคงจะแข็งแกร่งพอ ๆ กับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!
แต่…
อย่างไรก็เป็นศิษย์ของฉู่โม่ว เขาจึงได้เพียงแต่นึกเสียดาย
หลังจากสงบใจแล้ว สวีซิงเหอก็จำจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ได้ เขาจึงพูดออกไป “สหายตัวน้อย ชายชราคนนี้มาในนามของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ดังนั้นจึงต้องบอกถึงจุดประสงค์เสียก่อน”
“เอาละ ไม่พูดเรื่องอื่นแล้ว บอกตามตรง ที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อเชิญคุณเข้าร่วมกับวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เพื่อให้เป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง!”
ผู้สืบทอดที่แท้จริ