่วยังไม่รู้อะไร”
หยางเซียวกล่าวต่อว่า “ราชันย์ยุทธ์โจวอวิ๋น เกิดในตระกูลโจวซึ่งมีอิทธิพลมากมาย ชายคนนี้คลั่งไคล้ในการต่อสู้ และมักจะขอท้าประลองกับผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งไม่เลือกหน้า แม้แต่ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์ยุทธ์อาวุโสหลายคนต่างพ่ายแพ้แก่เขา ครั้งนี้ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังของคุณเขาจึงมาที่นี่เพื่อขอท้าประลอง!”
“พอเข้าใจแล้ว”
“เพียงแต่…”
ทันใดนั้น หยางเซียวก็ได้พูดขัดต่อไปว่า “โจวอวิ๋นคลั่งไคล้การต่อสู้ ยิ่งไปกว่านั้นก็แข็งแกร่งมาก ด้วยภูมิหลังในฐานะทายาทสายตรงของตระกูลโจวที่มีอำนาจอันยิ่งใหญ่ เขาได้รังแกผู้ปลุกพลังหลายคนที่ภูมิหลังด้อยกว่า เลวร้ายที่สุดคือมีบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนั้นเมื่อสองปีก่อน ผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์สูงเดินทางมาถึงที่สุดยอดฐานจงไห่ และระหว่างเก็บตัวฝึกกลับถูกโจวอวิ๋นโจมตีขัดจังหวะอย่างกะทันหัน จนรากฐานเสียหายไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้อีกต่อไป”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉู่โม่วรู้สึกเดือดดาล และอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ในสุดยอดฐานจงไห่ ทำไมไม่มีใครคิดจะจัดการเขา?”
หยางเซียวพูดอย่างกล้ำกลืน “ผมไม่สามารถสู้กับเขาได้! โจวอวิ๋นมักจะให้เซ็นสัญญายินยอมก่อนท้าประลองกับผู้อื่นเสมอ กองทัพจึงไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้”
“อันที่จริงเคยมีผู้ปลุกพลังที่ไม่ชื่นชอบการกระทำของเขาเหมือนกัน ราชันย์ยุทธ์เมฆาล่องแห่งตำหนักสุดขอบฟ้าเคยไปขอท้าประลองโจวอวิ๋น หากแต่เขาไม่ยอมรับคำขอประลอ