งนั้น และใช้การเก็บตัวฝึกฝนเป็นข้ออ้างหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า สุดท้ายเมื่อราชันย์ยุทธ์เมฆาล่องวางมือไป โจวอวิ๋นก็ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง!”
หลังสิ้นสุดคำอธิบาย ฉู่โม่วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ที่สุด
ไอ้ตัวเฮงซวย นี่มันอะไรกัน!
เห็นได้ชัดว่าโจวอวิ๋นเป็นคนขี้โกง คอยกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอ และหวาดกลัวต่อผู้ที่แข็งแกร่งกว่า พึ่งพาภูมิหลังอันแข็งแกร่ง เพื่อตีหน้ามึนท้าประลองผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์แต่ภูมิหลังต่ำต้อยเหล่านั้น!
“คุณฉู่โม่ว หากถูกโจวอวิ๋นท้าประลองก็ควรจะปฏิเสธไป และหากไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ เช่นนั้นต้องระวังให้มาก!”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าใจ”
ฉู่โม่วพยักหน้า
เขาให้ความสำคัญถึงคำเตือนนี้ดี โจวอวิ๋นไม่มองข้ามเขาไปง่าย ๆ แน่
แต่…
“หึหึ อยากทำให้ฉันขายหน้างั้นเหรอ…”
ฉู่โม่วแสยะยิ้ม
หลังจากสนทนากับหยางเซียวเรียบร้อย ฉู่โม่วก็กลับมาคฤหาสน์
เฉินซีเวยยังคงเก็บตัวฝึกร่วมกับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งจึงยังไม่กลับมา
ชายหนุ่มลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง
ในความเป็นจริงตอนนี้เลิกกินอาหารได้ และใช้เพียงการดูดกลืนอณูแห่งชีวิตก็เติมเต็มความหิวในแต่ละวันได้แล้ว
แต่ที่ยังคงกิน
แค่อยากลิ้มลองรสชาติของอาหาร
เมื่อล้างจานเสร็จ
ฉู่โม่วนั่งหลับตาอยู่บนหลังคาคฤหาสน์ และหมุนเวียนปฐมวิญญาณออกมาอย่างระมัดระวัง
วันนี้แดดไม่แรงนัก ท้องฟ้ามืดครึ้มเล็กน้อย
จิตวิญญาณของฉู่โม่วหลุดลอยออกมาอย่างช้า ๆ เหนือศีรษะ
เมื่อออกม