็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ นอกจากเรื่องฝึกยุทธ์แล้ว ลูกชายของตนเองในทุกๆ ด้านก็ด้อยกว่าเซียวเหยียนอยู่บ้างจริงๆ ความฉลาดรู้ความของเซียวเหยียนนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วในจวน ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวก็คือเสียเวลาในการฝึกยุทธ์ช่วงต้นไป
“ชิงหลวนได้ขึ้นทำเนียบฟ้า กลับมาที่จวนครั้งนี้มีแผนการอะไรในอนาคตบ้าง?” งานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งทาง ฟางซือหยูดูเหมือนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
เซียวชิงหลวนเหลือบมองเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองสองปีแต่กลับพูดคุยหัวเราะอย่างสบายๆ ที่อยู่ตรงข้าม นางยื่นตะเกียบออกไป โดยไม่รู้ตัวก็ตั้งใจจะคีบตับมังกรจานนั้น แต่ระหว่างทางก็อาศัยความสามารถในการควบคุมข้อมือที่ฝึกฝนมาหลายปีเปลี่ยนทิศทางอย่างคล่องแคล่ว ไปคีบกับข้าวข้างๆ แทน
นางนำกับข้าวเข้าปาก พลางกินพลางกล่าว “ก็ไม่มีแผนการอะไร ก็แค่อยากจะประลองกับพี่ชายร่วมตระกูลเฉียนเฟิงสักหน่อย”
คำพูดนี้ทำให้ฮูหยินหลายคนชายตามองมาแวบหนึ่ง แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร และยังคงกินดื่มพูดคุยกันต่อไป
“เจ้าเด็กเฉียนเฟิงนั่นได้ยินมาว่าเพิ่งจะลงจากขุนเขาอนันต์ เมื่อเร็วๆ นี้ก็จะกลับจวนแล้ว ถึงตอนนั้นให้พวกเจ้าประลองกัน ตอนนั้นจวินหลินกับจ้านเฉิง