ไม่มีอะไรไปมากกว่าความต้องการรู้จักตัวตนของเขา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเฉินซีเวย…
หลังจากรู้ว่าเฉินซีเวยเป็นคู่หมั่นของฉู่โม่ว คำพูดของพวกเขาก็เริ่มมีความอิจฉาระคนชื่นชมความโชคดีของชายหนุ่ม
แต่…
ฉู่โม่วมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากที่บอกความสัมพันธ์ของตัวเองกับเฉินซีเวยออกไป ผู้ปลุกพลังบางคนก็มองมาด้วยแววตาอิจฉา
เมื่อคิดเรื่องนี้เกี่ยวกับฉู่โม่ว
ผู้คนเหล่านี้ก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับไก่อ่อน
ต้องเป็นเพราะเฉินซีเวยแน่ ๆ เขาถึงมาอาศัยอยู่ในย่านรุ่งอรุณได้
แน่นอนว่า…
ไม่ใช่ทุกคนที่คิดเช่นนั้น
เพราะหยางเซี่ยว เว่ยจางและคนอื่น ๆ เข้าใจดีว่าฉู่โม่วเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์อย่างถึงที่สุด
แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้
อย่างไรแล้ว
ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว …เราจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่และเพิ่มคู่แข่งให้ตัวเองไปทำไมกัน?
…
นอกจากการมาเยี่ยมเยียนของผู้ปลุกพลังในย่านรุ่งอรุณในวันแรกแล้ว ฉู่โม่วต้องต้อนรับพวกเขาอยู่สักพัก
ช่วงเวลาหลังจากนั้น กองกำลังมากมายก็ส่งผู้ปลุกพลังมาที่นี่ แต่ชายหนุ่มขอให้หยางเซี่ยวหยุดพวกเขาไว้โดยให้บอกว่าเขาปฏิเสธที่จะพบแขก
หลังจากผ่านไปสามวัน
ในที่สุดความวุ่นวายก็สงบลง
เมื่อฉู่โม่วออกไปข้างนอกได้ อย่างแรกก็ตรงไปลงทะเบียนใบรับรองอสูรรับใช้ให้อาไต๋กับเสี่ยวจิน เมื่อเสร็จเรียบร้อยเขาก็ยังไม่กลับคฤหาสน์แต่ไปที่ห้างสรรพสินค้าในฐานแทน