สได้ว่ารอบตัวเธอมีมวลพลังงานบางอย่างก่อตัวขึ้นมาอยู่ และมันทำให้เธอคิดสิ่งต่าง ๆ ได้ช้าลง รวมไปถึงการเคลื่อนไหวก็ช้าลงไปเป็นอย่างมากด้วย
ซึ่งเมื่อหญิงสาวตกอยู่ในภวังค์นั้นแล้ว
อสูรร้ายก็พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บที่แหลมคมถูกยกขึ้นสูงเพื่อตะปบลงมายังร่างเล็กที่อยู่เบื้องล่าง
ภาพที่น่าหวาดกลัว
ส่งผลให้เจียงเย่วเหยาต้องหลับตาลงด้วยความยำเกรง
ทว่า…
โฮกกก!! กรรร!
ภาพความเจ็บปวดที่คาดคิดไว้กลับไม่ได้เกิดขึ้น กลับกันมันดันเป็นเสียงร้องโอดครวญของสัตว์อสูรตัวยักษ์เบื้องหน้าเธอแทน
เจียงเย่วเหยาลืมตาตื่นขึ้นมามองหาต้นเหตุ
แล้วเธอก็พบว่า สัตว์อสูรตัวร้ายที่เคยเกรี้ยวกราดต่อหน้าเธอ บัดนี้มันกำลังกุมหัวตนเองไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เกลือกกลิ้งลงไปบนพื้นราวกับว่ามันกำลังปวดหัวอย่างหนักอยู่
“นี่มัน…”
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ทำให้เจียงเย่วเหยากลับมาได้สติในทันที
แต่ตอนนั้นเอง
เธอก็เห็นร่างร่างหนึ่งลอยเข้ามาจากระยะไกลอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ร่างนั้นกำลังเข้าใกล้เธอ ภาพมันก็ยิ่งชัดเจน ร่างของชายหนุ่มที่กำลังกวาดมือ และทันใดนั้นเขาก็ปล่อยลำแสงสีทองที่มีสภาพเหมือนหอกแสงออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนจะปล่อยมันออกมาโจมตีอสูรนภาเขียวตรงหน้าเธออีกครั้ง
อาววุธทองคำพุ่งหายไปในมิติ
และทันใดนั้น มันก็ปรากฏออกมาพร้อมกับทิ่มแทงเข้าไปที่กายจิตของอสูรเขียวครามอย่างแม่นยำ ทำให้สัตว์ร้ายตนนี้ต้องร้องโอดครวญด้วยความเศร้าโศกอ