ณท่านมาก ๆ ท่านจ้าวยุทธ์หนุ่มที่เข้ามาช่วยฉันไว้ในครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นฉันคงจะตายลงไปแล้ว… ถ้ายังไง ฉันขอทราบชื่อของท่านไว้หน่อยได้ไหมคะ? ไว้ฉันกลับไปที่ฐานแล้วจะรีบตอบแทนท่านอย่างหนักเลย!”
“โอ้ ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“มันแค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ”
ฉู่โม่วหันไปโบกไม้โบกมือและพูดด้วยอารมณ์ชื่นบาน
ภายหลังจากพูดไปเช่นนั้น เขาก็ตอบเธอกลับไป “ผมชื่อ ฉู่โม่ว เอ่อ แล้วคุณ…”
เขามองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า แล้วก็รับรู้ได้ว่าสตรีนางนี้เป็นราชันย์ยุทธ์ รวมถึงคนคุ้มกันของเธอเองก็เป็นราชันย์ยุทธ์ด้วยเช่นกัน จากการสังเกตุสถานการณ์ก่อนหน้า เธอคนนี้ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังทั่วไปแน่ ๆ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีสถานะสูงส่งไม่น้อยเลยภายในสุดยอดฐานจงไห่
และด้วยการที่เขามีแผนที่จะเดินทางไปยังสุดยอดฐานจงไห่อยู่แล้ว กับสถานที่ไม่คุ้นเคยเช่นนั้น การผูกมิตรกับเธอไว้คงจะเป็นการที่ดีกว่า
“ฉันชื่อเจียงเย่วเหยาค่ะ!”
เธอตอบเสียงสดใส
ภายหลังจากที่ทั้งสองได้รู้จักชื่อของกันและกันแล้ว ผนวกกับที่ทั้งสองมีเป้าหมายที่จะเป็นมิตรต่อกันและกัน บทสนทนาของพวกเขาจึงดำเนินขึ้นได้อย่างราบรื่น
หนุ่มสาวคุยกันอยู่พักหนึ่ง
ฉู่โม่วก็นึกถึงแสงสีประหลาดที่เกิดขึ้นขณะพวกคนเหล่านี้กำลังต่อสู้ เขาจึงอดที่จะถามเพื่อคลายความสงสัยไม่ได้ “ผมเห็นว่าสัตว์อสูรตนนั้นกำลังไล่ล่าคุณเจียงอยู่ ไปทำอะไรมางั้นเหรอครับ?”
ได้ยินคำถามนั้น
เจียงเย่วเหยาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจ