นปกติดูบ้าง
ดังนั้นแล้ว เมื่อตัดสินใจว่าจะหยุดฝึกไปสักพัก พวกเขาก็ไปช่วยกันทำอาหาร พูดคุยกันระหว่างทำอาหารซึ่งทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นมา รวมไปถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่เองก็พลอยพัฒนาขึ้นไปด้วย
ส่วนเรื่องคุณภาพของอาหารไม่ต้องเป็นกังวลเลย
เพราะภายในมิติพกพาของฉู่โม่วไม่เพียงแต่มีสมบัติล้ำค่ามากมาย แต่ยังมีวัตถุดิบหายากราคาแพงปะปนอยู่ด้วย ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติดีเท่านั้น ทว่ายังช่วยมอบความแข็งแกร่งภายหลังจากที่ทานเข้าไปได้อีกนิด ๆ หน่อย ๆ
มื้อกลางวัน
ฉู่โม่วเสิร์ฟอาหารจำนวนมากมายไว้บนโต๊ะอาหาร ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารเหล่านั้น หนุ่มสาวก็นั่งคุยกันไปด้วย
หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่เกี่ยวกับสารทุกข์สุขดิบของแต่ละฝ่าย เหตุการณ์ที่ต้องเจอระหว่างฝึกฝนอะไรทำนองนี้
เฉินซีเวยเล่าเรื่องอุปสรรคที่ต้องพบเจอเมื่อตอนขณะจะทลายขั้นให้ฟัง และเล่าถึงวิธีที่เธอใช้ในการทลายขั้นเมื่ออดีต
ส่วนฉู่โม่วก็เล่าเรื่องที่เขาขาดหินปฐมกาลเป็นอย่างมาก เลยต้องออกไปตามล่าหาหินปฐมกาลและพบเจอเข้ากับมนุษย์ถ้ำ
ทั้งสองพูดคุยกับด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความสดชื่น แม้จะนั่งกันอยู่คนละฝั่ง ทว่าทั้งคู่สามารถสัมผัสได้ถึงหัวใจของกันและกันได้อย่างชัดเจน
ความรู้สึกห่างหายอันเกิดจากการที่ทั้งสองไม่ได้พบกันมานานกว่าครึ่งปีถูกหลอมละลายทิ้งไปช้า ๆ จนกระทั่งหายไปหมด
ภายหลังจากมื้ออาหาร
เฉินซีเวยอยากออ