ียตั้งแต่ต้นลมก็คงมีแต่ต้องทำลายมันเท่านั้น!’
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ใช้กระบวนท่ากระบี่ทำลายต้นกำเนิดค่ายกลและใช้หมัดเพลิงสะท้านภูผาถล่มเทือกเขาแห่งนี้จนพังราบ กลบบ่อเลือดนี้เอาไว้ไม่ให้ใครมาพบเจออีก
เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงออกจากที่นี่ไป
…
ถึงแม้ว่ารอยแยกมิตินี้จะถูกฐานจินหลิงดูแลมากว่าทศวรรษและถูกพัฒนามาตลอด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่ที่ถูกมนุษย์สำรวจนั้นมีเพียงไม่เกินแสนกิโลเมตรจากบริเวณรอยแยกเท่านั้น
และฐานที่ตั้งภายในเองก็อยู่ไม่เกินแสนกิโลเมตรที่ถูกสำรวจด้วย
เนื่องจากรอยแยกมิติแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่โตเอาเรื่อง ดังนั้นจากที่ฉู่โม่วได้ประเมินไว้ด้วยสายตา เขาคิดว่ามนุษยชาติน่าจะสำรวจที่นี่ไปได้เพียงมุมเดียวเท่านั้น มันยังเหลืออีกหลายแห่งที่ยังไม่มีใครเคยย่างกรายเข้าไปถึงมาก่อน
เมื่อคิดถึงสมบัติแห่งโลกและสวรรค์รวมไปถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในดินแดนไร้ซึ่งการสำรวจนี้ บางทีมันอาจจะกลายเป็นขุมทรัพย์อันมหาศาลได้เลย ดังนั้นแล้วฉู่โม่วจึงตั้งใจที่จะสำรวจที่นี่ ขณะเดียวกันก็จะหาสัตว์อสูรที่สามารถเสริมแกร่งให้เขาได้ไปด้วย
เมื่อทุกอย่างลงตัว ฉู่โม่วก็เรียกอาไต๋ออกมาจากถุงเก็บสัตว์อสูร หรืออีกชื่อหนึ่งคือ กระเป๋าจิตอสูร
“นายท่าน ในที่สุดก็คิดจะปล่อยข้าออกมาแล้วสินะเจ้าคะ!”
ทันทีที่นกน้อยหลุดออกมาจากกล่องได้ มันก็บินวนไปวนมารอบ ๆ ตัวฉู่โม่วพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความหงุดหงิ