อว่าหนักหนาพอแล้ว
นี่พวกเขายังถูกศิษย์สำนักหมื่นอสูรเข้าล้อมอีก
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
ผู้ปลุกพลังฝั่งมนุษย์นั้นเสียเปรียบเอาเสียมาก ๆ เลย
ด้วยการล้อมของสำนักหมื่นอสูรนี้ ทำให้ผู้ปลุกพลังฝั่งมนุษย์ค่อย ๆ ล้มตายไปทีละคน ๆ
“บ้าเอ๊ย!”
“พวกมันล้อมพวกเราไว้แล้ว!”
“ฉันออกไปไหนไม่ได้เลย!”
“ไอ้สารเลวฉูซง แกต้องตาย!”
สีหน้าของพวกเขาทุกคนซีดเผือด ระหว่างที่กำลังสู้กับสัตว์อสูร พวกเขาก็คอยก่นด่ากบฏฉูซงไปด้วย
ในส่วนของฉูซง เขาไม่ได้ขยับไปไหนทั้งสิ้น แม้ว่าจะโดนด่าขนาดไหน เขาก็ยังคงทำหน้าไม่รับรู้อะไรและมองเหล่าเพื่อนมนุษย์ดิ้นรนต่อไปเท่านั้น
…
ฉู่โม่วกำลังบินมาด้วยความเร็วสูงสุด
ด้วยความเร็วของเขา จังหวะที่เกือบจะถึงจุดนัดพบเดิมนั้น มันเผอิญเป็นจังหวะที่กู่ชางส่งตำแหน่งที่เป็นที่ตั้งของสำนักหมื่นอสูรมาให้พอดี
แม้จะยังไม่ถึงที่หมาย
แต่ฉู่โม่วก็สามารถเห็นได้ชัดจากระยะที่ตนเองกำลังบินอยู่ บริเวณทิวเขาเบื้องหน้า มันถูกปกคลุมด้วยค่ายกลเวทสีแดงเสมือนม่าน
พื้นที่บริเวณนั้นมีคลื่นมิติแปรปรวนอยู่เต็มไปหมด
นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรสลับกับเสียงตะโกนของมนุษย์ดังมาจากทิศทางข้างหน้าอีกราว ๆ ร้อยกว่ากิโลเมตรด้วย
‘พวกนั้นหลงกลแล้วจริง ๆ ด้วย!’
หัวใจของฉู่โม่วสั่นสะท้าน
ไม่มีการลังเล เขากระตุ้นธาตุความมืดในร่างกายแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังจุดนั้นทันที
ไม่นานนัก ฉู่โม่วก็มาถึงบริเวณใกล้ค่ายกลเวทสีแดงนั