้น
จากที่สังเกต
เขาพบว่าการต่อสู้บนเทือกเขาค่อนข้างดุเดือดมากเลยทีเดียว ฝั่งหนึ่งเป็นผู้ปลุกพลังของมนุษย์นำโดยจ้าวยุทธ์กู่ชางกับบรรพบุรุษตระกูลหมัว และอีกฝั่งหนึ่งเป็นสัตว์อสูรจำพวกนกหรือไม่ก็สัตว์อสูรที่บินได้เป็นจำนวนหลายแสนตน ทุกตนล้วนเป็นลูกครึ่งอสูร
พวกนี้… นักรบอสูร!
ทั้งสองกำลังห้ำหั่นกันด้วยกำลังทั้งหมดที่มี!
ในการจะต้องรับมือกับนักรบอสูรที่มาจากสำนักหมื่นอสูรในสภาพที่ตนเองถูกกดพลังลงไปนั้น ทำให้นายพลเมืองหลายคนต้องบาดเจ็บและล้มตาย
ส่วนมนุษย์ที่ยังเหลือรอดก็ล้วนแต่มีบาดแผลกันหมด กลิ่นอายของพวกเขาเริ่มเจือจางลงแล้ว ชัดเจนว่าอีกไม่นานพวกเขาจะไร้ซึ่งพลังในที่สุด
“ปล่อยไว้แบบนี้จบไม่สวยแน่”
เห็นสถานการณ์เบื้องหน้า ฉู่โม่วก็ไม่ได้ลังเลที่จะเข้าไปช่วยแต่อย่างใด หากแต่เขาจำเป็นต้องวางแผนให้ดีก่อน
ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ปรากฏตัวทันที
ศัตรูมีทั้งขุมพลังที่น่ากลัวแล้วไหนจะมีค่ายกลที่คอยตัดพลังอีก
หากพุ่งเข้าไปตรง ๆ คงจะต้องกลายเป็นเหยื่อให้ค่ายกลนั้นแน่ ๆ และมันคงจะยากหากจำต้องช่วยคนที่อยู่ข้างในค่ายกลออกมา
เพราะงั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงหันมองบริเวณรอบ ๆ ข้างให้ละเอียด ไม่นานนักเขาก็พบว่านอกเหนือจากกลุ่มที่ต่อสู้กันอยู่ ยังมีสัตว์อสูรอีกกลุ่มที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักด้วย พวกนี้เป็นนักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์ของสำนักหมื่นอสูรและฉูซงที่ยืนอยู่บนฟากฟ้า
หนึ่งในนักรบอสูรเหล่านี้ มีตนหนึ่งที่ร่างกายท่อนล่