่อคิดดังนั้น
ความตึงเครียดของเธอก็เริ่มผ่อนคลายลง
ความเหนื่อยล้าอย่างหนักพุ่งเข้ามาในหัวใจทันที
เธอเริ่มทรุดตัวลง
แต่แล้ว…
ในตอนนั้นเอง
หลี่โย่วเวยที่กำลังจะหมดสติพลันเห็นว่าดาวตกที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าค่อย ๆ เข้ามาใกล้และหยุดลงบนพื้น
และแล้ว
เธอก็มองเห็น
เป็นชายคนหนึ่ง!
รัศมีอันยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวจากคนคนนี้นั้นยิ่งกว่าผู้อาวุโสของตระกูลเสียอีก!
แม้แต่!
แม้แต่ผู้ร้ายที่ทำลายตระกูลหลี่ของเธอยังเทียบไม่ได้!
และสิ่งที่ทำให้เธอสับสนยิ่งกว่านั้นคือ
ชายคนนี้สวมชุดสีดำและยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าของเขาหล่อเหล่าและโดดเด่นด้วยรัศมีแสนสงบนิ่ง
โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้าง
สุขุมนุ่มลึก
ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกทำให้ดวงตาของเขาสั่นไหวได้
“เขาเป็นเทวดาจากสวรรค์เหรอ?”
เธอพึมพำ
และตอนนั้นเอง
เธอพลันเห็นจากไกลออกไปว่า ‘เทวดา’ ผู้ลงมาจากฟ้าจับจ้องมาที่เธอ
ภายใต้เทือกเขาไร้นาม
หนึ่งความผิดพลาดตลอดชีวิต
ตอนที่สติของเธอค่อย ๆ หายไปในความมืด
จิตใจของหลี่โย่วเวยก็เต็มไปด้วยภาพนั้น
…
ฉู่โม่วบินมาเป็นเวลาสามชั่วโมงแล้ว
ตามตำแหน่งบนเส้นทาง เขายังห่างไปจากฐานจินหลิงอีกห้าชั่วโมง
เขาควรจะบินตรงไปในคราวเดียว
แต่นี่ก็เป็นตอนเย็นแล้ว ตามที่ทำสัญลักษณ์ไว้บนแผนที่ มีสัตว์อสูรทรงพลังที่เคลื่อนไหวยามกลางคืนอยู่ไม่ไกลออกไป หากเดินทางตอนกลางคืนก็อาจเจอมันได้
ฉู่โม่วจึงไม่รีบร้อนและเตรียมตัวลงไปบนพื้น เปิดโพรงไม้ใกล้ ๆ และ