มันถูกเล่าขานกันไปจนถึงฝั่งของพวกที่มาจากต่างแดนนั่นด้วย! เจ้าพวกนั้นเกรงกลัวกระบวนท่าของข้าจนช้ำใจตายกันไปเยอะแล้ว!”
“น่าเสียดาย… ที่ข้าโดดเด่นเกินไป เพราะงั้นพวกต่างแดนที่คิดริษยาจึงหวังรอโอกาสจนกระทั่งปราบข้าลงได้สำเร็จ ทว่าก่อนจะโดนปราบ ข้าก็พยายามอย่างหนักจนพวกนั้นต้องใช้ชาวต่างแดนระดับที่แข็งแกร่งมาก ๆ ร่วมสิบเลย แล้วก็ข้าไม่ได้ตายลงทันทีแต่สามารถรอดออกมาด้วยกระบวนท่าหลีกหนีลับ จนมาถึงที่แห่งนี้ แต่ด้วยความเจ็บปวดที่มีมากเหลือเกินจากบาดแผล ข้ารอดก็จริง แต่แค่รอเวลาตายเท่านั้น…”
ระหว่างที่พูดเรื่องนี้ออกมา…
แม้ในตอนแรกแววตาของชายชราจะแสดงความภาคภูมิใจและความหยิ่งผยอง
แต่ในตอนท้ายน้ำเสียงที่อ่อนลงกลับแสดงออกถึงความห้าวหาญและเด็ดเดี่ยวออกมาแทน
“ข้ารู้ว่าเวลาของข้าน่ะใกล้จะหมดลงแล้ว เพราะงั้นข้าจึงหวังไว้เพียงสองสิ่งก่อนจะตายจากชีวิตนี้ไป”
“อย่างแรก ข้าอยากมีผู้สืบทอดเจตนารมณ์ที่ดี เพื่อที่ความรู้ของข้าจะได้ไม่ถูกกาลเวลากลืนกินไป”
“และสอง ข้าหวังว่าผู้สืบทอดจะไม่ละเลยเจตจำนงของข้า กำจัดพวกผู้มาจากต่างแดนนั้นให้หมดและกอบกู้หนทางรอดให้แก่มนุษยชาติอย่างพวกเราเอาไว้ให้ได้!”
เมื่อพูดออกมาแบบนั้น
ชายชราก็เหลือบมองไปยังฉู่โม่วอีกครั้ง เขาถอนหายใจ “อา ลืมมันไปก่อนก็ได้ เรื่องนี้คงไม่มาถึงตัวเจ้าเร็วขนาดนั้นหรอก”
“แต่สักวันหนึ่ง ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาเจตจำนงของข้าไว้ให้ได้…”
ร่างของชายชราค