่อย ๆ จางหายไปหลังจากที่กล่าวจบ
ในส่วนของฉู่โม่วที่ได้แต่ยืนฟังนั้น ภายในใจของเขามีความวุ่นวายปรากฏขึ้นราวกับมีพายุกำลังหมุนปั่นป่วน
ถึงแม้ว่าถ้อยคำของราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยนจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรมากนัก
แต่ภายในใจของฉู่โม่วกลับมีคำถามน่าสงสัยมากมายผุดขึ้นมา
อะไรคือราชันย์ยุทธ์กันแน่?
แล้วฟากฟ้าที่เขาพูดถึงหมายถึงที่ไหน?
สิ่งนั้นใช่ท้องฟ้าระยิบระยับที่อยู่เหนือออกไปจากดาวเคราะห์สีฟ้าแห่งนี้หรือเปล่า?
ที่บอกว่า ‘กำจัดเหล่าผู้ที่มาจากต่างแดนให้สิ้นซากและกอบกู้หนทางรอดให้แก่มนุษยชาติ’ คืออะไร?
เป็นไปได้หรือเปล่าว่าตั้งแต่บรรพบุรุษของมนุษย์ในโลกใบนี้ ต่างก็ต้องสู้กับผู้ที่มาจากต่างแดนมาเนิ่นนานแล้ว?
บนดาวดวงอื่นเองก็มีการต่อสู้เกิดขึ้นงั้นเหรอ?
คำถามเหล่านี้ยังคงผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อคิดสงสัยในเรื่องใกล้เคียง
ในขณะเดียวกัน
ฉู่โม่วก็นึกถึงภาพฉากการต่อสู้ที่เขาเห็นระหว่างเดินขึ้นไปตามหนทางแห่งการถามใจตนเองภายในเขตแดนลับเมฆาคราม ที่ซึ่งเป็นกระบวนการของสำนักกระบี่สวรรค์
มนุษย์ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนต้องเข้าต่อสู้กับเทพบรรพกาล รวมไปถึงจอมอสูรที่แต่ละตนสูงเสียดฟ้าแม้จะยืนอยู่บนพื้นดิน เลือดสีทองสาดกระจายไปทั่วชั้นฟ้า และบนสนามรบก็มีชิ้นส่วนแขนขามากมายตกเกลื่อนอยู่ด้วย
สัตว์อสูรตัวใหญ่ยักษ์กู่ร้องคำรามจนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพี นกยักษ์ที่เพียงแค่กางปีกก็สามารถปกคลุมผืนฟ้าได้
ดวงดาวตกลงมาสู