ะที่ดวงตาลุกเป็นประกาย
ภายในเวลาสามวัน กระบวนท่าระดับทองก็ถูกพัฒนาขึ้นไปสู่ระดับแพลทินัมแล้ว บอกยังไงก็คงไม่มีใครเชื่อแน่!
แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นกับเขาแล้วจริง ๆ
‘ตอนที่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น คมกระบี่สวรรค์เร้นลับสามารถทำให้วิชากระบี่ของฉันระเบิดพลังน่าเหลือเชื่อออกมาได้’
‘ตอนนี้มันสมบูรณ์แบบแล้ว…’
‘แต่มันแข็งแกร่งขนาดไหนกันล่ะ?’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองด้วยความคาดหวัง และคิดว่าจะหาเวลาไปทดสอบดูในภายหลัง
เมื่อฝึกฝนกระบวนท่าทั้งสองสำเร็จแล้ว ฉู่โม่วก็พร้อมที่จะออกไป
ในตอนนั้นเอง
เขาพลันสัมผัสได้ถึงรัศมีที่หนาวเหน็บและเยือกเย็นอย่างถึงที่สุดออกมาจากห้องข้าง ๆ ราวกับว่ามันสามารถแช่แข็งวิญญาณของคนได้ หากมันแพร่กระจายออกไปก็จะทำให้ผู้คนสั่นสะท้านด้วยความเหน็บหนาวในทันที
ฉู่โม่วตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แล้วจึงมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ซีเวย…
บรรลุไปอีกขั้นแล้วซินะ!
เขาเดินออกจากห้องเงียบและไปยังประตูห้องฝึกยุทธ์ของซีเวยทันที ทว่าตอนนี้เธอยังไม่ออกมา และคงจะกำลังทำให้ขั้นพลังมั่นคงอยู่
ฉู่โม่วจึงยืนรอและคอยปกป้องเธออยู่ตรงนั้น
แต่ในไม่ช้า
ประตูห้องเงียบสำหรับฝึกยุทธ์เปิดออกมา กลิ่นหอมพัดเข้ามาตีจมูก และฉู่โม่วก็ได้เห็นร่างอันสง่างามเดินออกมา
เธอยังคงงดงามเช่นเดิม เพียงแต่ว่าตอนนี้ดูเยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย
เหมือนกับดอกบัวหิมะที่เบ่งบานอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนภูเขาอันหนาวเหน็บ
“ฉู่โม่ว!”
เมื่อเฉินซีเวยเห็นผู