โม่วสามารถนำช่ายเฟิงเข้ามาร่วมตำหนักลับแห่งสวรรค์ได้!
ในตอนนี้ ตำหนักลับแห่งสวรรค์เพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่นาน มันยังมีสิ่งน่าเบื่ออีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่สำหรับฉู่โม่วและเฉินซีเวยที่จะจัดการสิ่งเหล่านี้เพียงลำพัง
ดังนั้นช่ายเฟิงจึงเป็นผู้ที่ดูเหมาะสมกับงานเหล่านี้มากที่สุดแล้ว
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่ด้วยบุคลิกภาพที่เป็นคนดีมาก ๆ คนหนึ่ง ทั้งมีทัศนคติที่ดีและซื่อสัตย์
เขาสามารถนำช่ายเฟิงไปเข้าทีมสำหรับจัดการปัญหายิบย่อยได้อย่างสบายใจ ถ้าอีกฝ่ายยินยอมน่ะนะ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็พูดขึ้นมา “ช่ายเฟิง ฉันเพิ่งจะก่อตั้งกองกำลังของตัวเองขึ้นมา ชื่อว่าตำหนักลับแห่งสวรรค์ ถ้าไม่ติดอะไรนายสนใจจะเข้าร่วมด้วยไหม?”
ทันทีที่คำถามหลุดออกมา ใบหน้าของช่ายเฟิงก็ปรากฏร่องรอยของความเหลือเชื่อจนเห็นเด่นชัด
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของฉู่โม่วว่าในตอนนี้สูงถึงเพียงไหน
แต่จากเมื่อตอนที่เห็นท่าทีของผู้ปลุกพลังที่ชื่อว่าเสิ่นซวิน ดูจะเคารพเขามาก ๆ คนที่แข็งแกร่งเช่นนั้นยังต้องก้มหัวต่อหน้าฉู่โม่วด้วยท่าทีหวาดกลัว
มันก็เป็นหลักฐานชัดเจนแล้วว่า …ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วนั้น น่าเกรงขามมาก ๆ!
และการที่ชายที่แข็งแกร่งขนาดนี้กล่าวเชิญเขาด้วยตนเอง…
ช่ายเฟิงก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือโอกาสอันดีงามของเขาอย่างแน่นอน!
มันอาจจะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตนี้เลยด้ว