ว่าเจียงเกิงก็ล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นโดยที่ไม่มีเลือดออกมาแต่อย่างใด
เขารู้ดี
คนคนนี้ตายแล้ว!
ขณะเดียวกัน
เหล่าผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่แต่เดิมอยู่ใกล้บริเวณประตูฐานอยู่แล้วก็พลอยหายใจด้วยความโล่งอกไปด้วย
“นั่นน่ะเหรอ จ้าวยุทธ์? น่ากลัวจริง ๆ!”
“เมื่อตอนที่ท่านฉู่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา ฉันหายใจแทบไม่ออกเลยนะ!”
“น่ากลัว น่ากลัวมาก ๆ !”
สีหน้าของทุกคนแสดงความผ่อนคลายออกมา พวกเขาพูดคุยกันด้วยเสียงเบา
…
ภายในฐาน
ช่ายเฟิงหันไปพูดกับฉู่โม่ว “ขอบคุณมาก ๆ เลยครับคุณฉู่โม่วที่ช่วยพวกผมไว้ ผมจะรีบหาทางนำสามล้านหินปฐมกาลนั่นมาคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย!”
“พวกเรารู้จักกันมานานแล้ว ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้”
ฉู่โม่วโบกมือแทนความไม่ถือตัวแล้วถามกลับ “ว่าแต่พวกนายวางแผนจะทำอะไรกันต่อ?”
“ผมวางแผนที่จะพาน้องชายมาหาที่อยู่อาศัยในฐานนี้ก่อนน่ะครับ จากนั้นก็จะไปสมัครเข้าทีมนักล่าสักทีมแล้วจะได้ไปล่าสัตว์อสูรกัน”
เขาตอบคำถามตามความจริง
ฟังแบบนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็ส่ายหน้า
เขตป่ารอบฐานจินหลิงนั้นมีความอันตรายสูงกว่ารอบฐานลู่หยางมากนัก ต่อให้ช่ายเฟิงจะกลายเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แล้วก็จริง รวมถึงอาจจะมีพรรคพวกที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย แต่อันตรายในป่าก็ไม่ใช่สิ่งที่คนระดับพวกเขาจะรับมือได้เหมือนฐานลู่หยางที่จากมา ลำพังเพียงจะฆ่าสัตว์อสูรสักตัวก็ถือว่างานช้างแล้ว
แต่ก็ใช่ว่าฐานนี้จะไม่มีที่ที่ เหมาะสมกับคนเหล่านี้….
ฉู่