ี่เดือน เขาก็พัฒนามาได้ถึงเพียงนี้แล้ว สมแล้วกับการที่เป็นคนที่ฉู่โม่วมอบโอกาสให้!
ทว่า…
ตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเถียงกับใครบางคนอยู่ และดูเหมือนการเถียงนี้กำลังจะลามไปเป็นความขัดแย้งด้วย เพราะงั้นเขาจึงรีบเดินเข้าไป
เสียงเรียกของฉู่โม่วลอยเข้าหูเจ้าของชื่อในระหว่างที่เขากำลังจะทะเลาะกับผู้ปลุกพลังเบื้องหน้าพอดี
“คุณฉู่โม่ว!”
ชายผู้นั้นหันกลับไปมองตามเสียง แล้วทันทีที่พบว่าผู้ที่เรียกเขานั้นคือฉู่โม่วที่เดินเข้ามาจะถึงตัวแล้ว สีหน้าที่กำลังอารมณ์เสียก็พลอยถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เจอกันนานเลยนะ… ว่าแต่มีปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่าน่ะ?”
ฉู่โม่วกล่าวถาม
ได้ยินดังนั้น
รอยยิ้มบนใบหน้าของช่ายเฟิงก็ค่อย ๆ หายไปและกลายเป็นรอยยิ้มแห้ง ๆ แทน “ผมคิดว่าการได้รับโอกาสให้ก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้จากใครบางคน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญน่ะครับ คิดแบบนั้นก็เลยหวังว่าตัวเองจะเติบใหญ่ขึ้นได้อีก เพราะงั้นผมกับน้อง ๆ ก็เลยย้ายกันมาจากฐานลู่หยาง พวกเราตั้งใจว่าจะมาพัฒนาต่อที่ฐานจินหลิงแห่งนี้…”
“แต่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าการที่จะเข้าไปในฐานแห่งนี้ พวกเราจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่… ไม่รู้มาก่อนเลยจริง ๆ ครับว่าภาษีเข้าเมืองมันจะสูงขนาดนี้ รวมถึงผมเองก็ไม่ได้มีหินปฐมกาลติดตัวมามากขนาดนั้นด้วย เพราะงั้นก็เลยพยายามคุยหาทางอะลุ่มอล่วยกับยามหน้าประตูเมืองเพื่อขอเข้าเมืองไปก่อน แล้วหลังจากนั้นจะขายบุป