ผาเทวะ เมื่อได้เงินแล้วจะรีบนำมาจ่ายค่าภาษีให้ในภายหลัง แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่านอกจากเขาจะไม่ยอมให้เข้าเมืองแล้ว ยังมาขอให้ผมขายบุปผาเทวะให้อีก!”
“บุปผาเทวะน่ะมีมูลค่าสูงกว่าสิบสามล้านหินปฐมกาล แต่จะซื้อในราคาสามล้านหินปฐมกาลเท่านั้น! แบบนี้มันต่างจากปล้นกันตรงไหนน่ะ!”
“ผมไม่อยากจะขายให้เขาก็เลยจะหันไปขายให้ผู้ปลุกพลังคนอื่นแทน ทว่าคนคนนี้กลับข่มขู่คนอื่น ๆ และไม่ยอมให้มาซื้อบุปผาเทวะไปจากผม ไม่เช่นนั้นแล้วคนเหล่านั้นจะได้เห็นดีกับยามคนนี้แน่ ๆ …ได้ยินแบบนั้นผมเลยอดไม่ได้แล้วบันดาลโทสะขึ้นมา!”
ระหว่างที่พูด น้ำเสียงของช่ายเฟิงก็แสดงให้เห็นถึงความเหลืออดเอาไว้ด้วย
“พูดมากเกินไปแล้วนะแกน่ะ รีบ ๆ ขายให้ฉันเร็ว ๆ!”
ในตอนนั้น
ยามหน้าประตูฐานที่เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ก็เร่งเร้าด้วยความร้อนใจ
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าภาษีให้เอง”
เห็นแบบนั้น ฉู่โม่วก็ตั้งใจที่จะนำหินปฐมกาลระดับต่ำสามล้านก้อนออกมาจากมิติพกพา เพื่อจ่ายเป็นภาษีค่าเข้าเมืองให้ช่ายเฟิงแทน
ทว่าใครจะไปคิด…
“ไอ้หนู ฉันแนะนำให้แกอย่าสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องของฉันจะดีกว่า!”
“ไม่งั้นละก็…”
ปรมาจารย์ยุทธ์คนนั้นหันไปมองฉู่โม่วพร้อมกับพ่นคำขู่ทันที
ได้ยินแบบนั้น ฉู่โม่วก็ดูจะมีความสุขสุด ๆ
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีใครมาข่มขู่เขาเช่นนี้ ภายหลังจากที่เขาได้ทำลายตระกูลสวี่ไปจนสิ้นซากแล้ว
เพราะงั้นชายหนุ่มจึงถามกลับไปด้วยสีหน้านิ่งเฉย “ไม่งั้นแ