ล้วจะทำไม?”
“หา?”
ปรมาจารย์ยุทธ์ยืดอกอวดเบ่ง “ฉันคือผู้ปลุกพลังจากตระกูลเจียงเลยนะเว้ย! ถ้ายังแส่ไม่เข้าเรื่องอีก ฉันจะทำให้แกต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วทั้งฐานจินหลิงเลย!”
พูดจบ
เขาก็หันไปมองช่ายเฟิงอีกครั้งและถามด้วยความภาคภูมิใจ “แล้วแกละ ว่ายังไง? จะขายบุปผาเทวะนั่นให้ฉันหรือยัง?”
“ถ้าแกไม่ขายให้ฉัน ฉันสัญญาเลยว่าจะทำให้ไม่มีใครกล้ามาซื้อดอกนี่ไปจากแกให้ดู!”
“รวมถึงฉันจะทำให้แกไม่สามารถเข้าไปในฐานจินหลิงได้ตลอดชีวิตเลยด้วย!”
เมื่อโดนพูดเช่นนั้นใส่
ช่ายเฟิงก็กำหมัดแน่น
ความพยายามอย่างหนักของเขา ทำให้สามารถขยับขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในฐานลู่หยางคนหนึ่ง
แต่ใครจะไปรู้ว่าการเดินทางมายังฐานจินหลิงครั้งแรก กลับต้องมาถูกผู้ปลุกพลังที่รับหน้าที่เฝ้าประตูเมืองข่มขู่เช่นนี้ ความอับอายและโกรธเคืองนี้ช่างยากเหลือเกินที่จะปกปิดและอดกลั้นเอาไว้ในใจ
ทว่า…
เมื่อคิดถึงจุดประสงค์ที่มาที่นี่ บางทีนี่อาจจะเป็นบททดสอบแรกที่สวรรค์มอบให้ หากไม่ทำ เขาก็อาจจะต้องเจอบททดสอบอื่นรออยู่อีก ดีไม่ดี เรื่องในครั้งนี้อาจจะทำให้ฉู่โม่วพลอยต้องมาตกระกำลำบากกับตัวเขาด้วย
เพราะงั้นช่ายเฟิงจึงกัดฟันก่อนจะพูด “ก็ได้! ฉันจะขายให้นาย!”
พูดไปแบบนั้น
เขาก็เตรียมที่จะหยิบเอาบุปผาเทวะออกมาจากถุงเก็บของ
อย่างไรก็ตาม
ขณะที่กำลังเปิดปากถุง ฉู่โม่วก็เป็นฝ่ามารั้งมือเขาเอาไว้
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ แกรน