หาที่ตายเองนะ!”
ปรมาจารย์ยุทธ์แห่งฐานจินหลิงที่คิดว่าบุปผาเทวะกำลังจะตกเป็นของเขาแล้วนั้น กลับถูกไอ้หนุ่มหน้าอ่อนมาขวางไว้ สีหน้าของเขาแสดงความหงุดหงิดเหลือล้น
“ใครกันแน่ ที่รนหาที่ตายน่ะ!”
ฉู่โม่วพูดอย่างเยือกเย็น
และเมื่อสิ้นเสียงของเขา
กลิ่นอายพลังที่ยิ่งใหญ่ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของฉู่โม่ว และกลิ่นอายนี้ก็ลอยไปทั่วทั้งบริเวณเพียงชั่วพริบตาด้วย
ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับฉู่โม่วโดยตรงนั้นรับรู้ได้ถึงความมืดมิดที่กำลังก่อตัวขึ้นมา ราวกับท้องฟ้ากำลังถูกกลืนกินแสงจนหายหมดไป ความกดดันอันมหาศาลกดเขาให้แทบจะล้มลงไปกับพื้นดินอยู่ตลอดเวลา
และในตอนนี้
เพราะกลิ่นอายพลังของฉู่โม่วนี้เอง มันทำให้ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งซึ่งประจำการอยู่ที่ประตูฐานบางคนรับรู้ได้
ทันทีทันใด
ร่างหลายร่างลอยออกมาจากหลาย ๆ แห่ง พวกเขามีพลังที่กล้าแกร่งซึ่งอยู่ขั้นต่ำก็น่าจะเป็นนายพลเมืองกันหมด
“ใคร!?”
“ใครมันบังอาจมาสร้างปัญหาที่นี่กัน!?”
“กล้ามากไปแล้ว!”
พลันเมื่อเท้าพวกเขาแตะพื้น คนเหล่านี้ก็พูดออกมาเสียงดัง
แต่…
เพียงแค่หนึ่งในนายพลเมืองได้เห็นร่างของฉู่โม่วชัด ๆ ความเข้มงวด ดุดันก่อนหน้าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
กลับกันพวกเขารู้สึกประหลาดใจแทน
ชายคนนั้นรีบเดินเข้าไปหาฉู่โม่ว ทำความเคารพและกล่าวขอโทษอย่างซื่อสัตย์ “กระผมผู้น้อยชื่อเสิ่นซวินครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นกลิ่นอายของคุณฉู่โม่วผู้ยิ่งใหญ่ ต้องขอประทานอภัย