!”
“เจ้าว่ายังไงนะ!”
เมื่อได้ยินคำตอบของฉู่โม่ว สวี่จงก็ตาเบิกโพลง ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“เจ้าคือฉู่โม่วจริง ๆ งั้นหรือ!?”
เขาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ไม่ใช่ว่าเจ้าตระกูลของข้าไปฆ่าเจ้าด้วยตนเองแล้วหรือไง! เหตุใดถึงยังมีชีวิตอยู่รอดได้!”
“ผู้คนตายเมื่อถูกฆ่า”
“การที่ฉันยังไม่ตาย มันก็มีเหตุผลเดียวไม่ใช่หรือไง?” ฉู่โม่วแสยะยิ้ม
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าตระกูลน่ะมีพลังสูงขั้นจ้าวยุทธ์แล้วนะ! ไม่มีทางที่เขาจะถูกคนเช่นเจ้าฆ่าได้หรอก!”
เห็นได้ชัดว่าสวี่จงไม่เชื่อจริง ๆ
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? ฆ่ามาฆ่ากลับ ท่านเองก็น่าจะเห็นบ่อย ๆ ไม่ใช่หรือไง?”
“ไม่ต้องห่วงน่า การตายของตาลุงสวี่หล่างจะไม่โดดเดี่ยวอย่างแน่นอน เพราะวันนี้ฉันจะส่งทั้งตระกูลสวี่ไปอยู่เป็นเพื่อนให้หมดเลย!”
ฉู่โม่วพูดอย่างเยือกเย็น
ถ้อยคำที่ฉู่โม่วพูดออกมาเสมือนกระบี่ปลายแหลมที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจสวี่จง เขารู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วทั้งใจ!
เจ้าตระกูลสวี่ออกไปกำจัดฉู่โม่วด้วยตนเองในวันนี้ ทุกคนในตระกูลรับรู้และเห็นด้วยตาตนเองหมด
ทว่าตอนนี้เจ้าบ้านั่นกลับมาถล่มตระกูลสวี่ตั้งแต่หน้าประตูคฤหาสน์ โดยที่ยังไม่มีวี่แววของเจ้าตระกูลที่ควรจะโผล่มา ดังนั้นไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้อีกแน่นอน… เจ้าตระกูลสวี่ถูกกำจัดไปแล้ว!
แต่…
นายพลเมืองน่ะเหรอจะกำจัดจ้าวยุทธ์ได้จริง ๆ?
ความคิดนี้ไม่สามารถสลัดให้หลุดออกจากหัวของสวี่จงได้เลย เขาเริ่มหาย