งดังกล่าวเริ่มหนาแน่นขึ้นจนทำให้คฤหาสน์รอบข้างเกิดการสั่นสะเทือนและแตกเป็นเสี่ยง ๆ แม้แต่ผู้ปลุกพลังบางคนยังไม่สามารถหลบพ้นและแหลกสลายตายภายใต้บ้านที่ถูกบดขยี้ไป
“ตายซะ ฉู่โม่ว!”
น้ำเสียงโหวกเหวกตะโกนเปี่ยมไปด้วยพลังดังก้องฟ้า มันแฝงไปด้วยจิตสังหารชัดเจน
คฤหาสน์ทั้งหลังไม่อาจต้านทานแรงนี้ไหว และมันเริ่มทรุดภายหลังจากหลังอื่น ๆ ถล่มไปแล้วไม่นาน
“จ้าวยุทธ์งั้นเหรอ!?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังของอีกฝ่าย ฉู่โม่วก็รีบวิ่งออกมาจากคฤหาสน์แล้วแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า
โชคดีที่เฉินซีเวยนั้นพาพังพอนมายากับเสี่ยวจินออกไปยังสนามฝึกซ้อมเมื่อสองวันก่อน เพราะงั้นเธอจึงไม่ได้รับอันตรายอะไร
ขณะนั้น ฉู่โม่วแหงนหน้าหม่นมองไปยังสิ่งที่อยู่ไกล ๆ
ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่ปรากฏเข้ามาจากที่แสนไกล ร่างนั้นปกคลุมไปด้วยแสงสีทองคลุมเครือ
สวี่หล่าง!
“มิน่าล่ะ ที่เห็นตระกูลสวี่ไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยมาตลอดเดือน ที่แท้ก็แอบเตรียมอะไรมาเซอร์ไพรส์นี่เอง”
เขาตระหนักถึงเรื่องที่เคยสงสัยได้แล้ว
แต่…
การที่ตาลุงนี่ขยับขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์แล้วมันจะทำไมนะ?
ความตายไม่แบ่งชนชั้นอยู่แล้ว!
“พวกตระกูลสวี่นี่”
“เห็นฉันไม่ไปเยี่ยมหน้าประตูบ้านเข้าหน่อย ก็เลยชิงมาทำลายบ้านคนอื่นก่อนงี้เหรอ? ค่าเสียหายครั้งนี้ต้องจ่ายด้วยชีวิต!”
“เอาเถอะ…”
“ฉันจะถือเอาโอกาสนี้ถอนรากถอนโคนตระกูลพวกนาย เพื่อชดใช้ค่าคฤหาสน์หลังนี้เลยก็แล้วกัน!