ิ่นอายพลังของพังพอนตัวน้อยตัวนี้ ฉู่โม่วก็พยักหน้าเบา ๆ เขาดูจะพึงพอใจเอาเสียมาก ๆ
ทว่า
เขาไม่ได้คิดอยากจะเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว
ในตอนนี้เขามีสัตว์เลี้ยงมากถึง 3 ตน
ทั้งนกล่าสมบัติ พญาหงส์ปีกทองคำ แล้วไหนจะยังมีอีกาสามขาทองคำอีก
อสูรรับใช้เหล่านี้ล้วนแต่มีพลังและความสามารถตรงตามจุดประสงค์ที่เขาต้องการทั้งหมด
ถือว่าช่วยฉู่โม่วได้อย่างเพียงพอ
และถึงแม้ว่าพังพอนมายานี้จะมีพลังแห่งห้วงมิติ มันอาจจะเป็นผลดีกับผู้ปลุกพลังคนอื่น แต่สำหรับเขา มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น
ต่อให้พลังแห่งห้วงมิติที่พัฒนาแล้วจะทรงพลังมากก็ตาม
ในอนาคตนั้น เขาคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าพังพอนมายาเป็นสัตว์อสูรตนหนึ่งที่มีโอกาสขยับขึ้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 6 ได้มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ หรือแม้แต่มันจะฝึกฝนตนจนมีพลังเก่งกล้า ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
แต่ทั้งหมดนี้เมื่อเทียบกับพญาหงส์ปีกทองกับอีกาสามขาทองคำแล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลย
เพราะงั้น
พังพอนมายานั้นไม่ได้สำคัญอะไรกับฉู่โม่วขนาดนั้น
‘จะว่าไป ซีเวยยังไม่มีอสูรรับใช้เลยนี่นะ! เอาเจ้านี่ไปให้เธอน่าจะคุ้มค่าที่สุดแล้วล่ะมั้ง’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
เพราะงั้น ฉู่โม่วจึงรีบไปปลุกเฉินซีเวยที่ยังคงฝึกฝนจิตใจอยู่ แล้วบอกให้เธอไปเจอเขาที่ห้องนั่งเล่นหลังพักเหนื่อยแล้วสักหน่อย
“มีอะไรเหรอ?”
เฉินซีเวยเดินออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยในคำเชิญของฉู่โม่วไม่น้อย
ในตอนนั้น