กมืออย่างรวดเร็วคล้ายกับตื่นจากภวังค์ คนเหล่านี้กล่าวขอบคุณฉู่โม่วพร้อม ๆ กัน “ขอบคุณครับ ขอบคุณคุณฉู่มาก ๆ เลยที่มาช่วยชีวิตพวกเราไว้!”
“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง”
ชายหนุ่มโบกมือไม่ใส่ใจก่อนจะเอ่ยเตือน “ที่นี่อันตรายมาก ถ้าไม่มีอะไรต้องทำ ฉันแนะนำให้พวกนายกลับไปอยู่แถว ๆ หอคอยวรยุทธ์จะดีกว่านะ ยังไงซะอีกไม่นานเขตแดนลับนี่ก็จะปิดแล้วด้วย”
หลังจากที่พูดออกไปแบบนั้น เขาก็หันหน้าออกและเตรียมจะจากที่นี่ไป
แต่ตอนนั้นเอง
ผู้ปลุกพลังที่เคยนั่งข้างฉู่โม่วพลันพูดขึ้น “ยังไงก็เถอะ… คุณฉู่โม่ว ผมมีเรื่องที่ไม่รู้ว่าควรจะบอกคุณดีหรือเปล่าน่ะครับ…”
“ว่ามา”
ฉู่โม่วชะงักฝีเท้าลง
“ผมได้ยินมาว่าภายในเขตแดนลับนี้มีพังพอนมายาระดับ 5 อยู่น่ะครับ ผู้ปลุกพลังจากทางฝั่งเราหลายคนที่รู้ข่าวนี้เลยพยายามจะสกัดกั้นมันออกไป เป็นไปได้ก็อยากจะกำจัดให้สิ้นซาก คุณฉู่โม่วแข็งแกร่งขนาดนี้… พอจะมีวิธีกำจัดมันไหมครับ? หรือว่าคุณอยากจะกำจัดมันเอง?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ
“พังพอนมายาระดับ 5 งั้นเหรอ!?”
นัยน์ตาของฉู่โม่ววูบไหว เช่นเดียวกับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
ตั้งแต่แรก ๆ เขาได้พลังแห่งห้วงมิติมาก็เพราะเผชิญหน้ากับตัวพังพอนมายาที่โผล่มาระหว่างการเดินทางนั่นแหละ ภายหลังจากที่กำจัดมันได้ เขาถึงได้พลังแห่งห้วงมิติมา
หลังจากนั้นมา เขาก็ใช้พลังแห่งห้วงมิตินี้ในการสังหารสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านับไม่ถ้วน
ไหนจะใช้พลังนั