้นเปิดมิติพกพาสำหรับเก็บของอีก
พูดได้ว่า…
ภายในบรรดาพลังที่ได้รับมา พลังแห่งห้วงมิติถือเป็นสิ่งที่สำคัญกับเขามากที่สุดเลยก็ว่าได้
แต่เพราะ…
เขาไม่มีวิธีที่จะเพิ่งระดับให้กับพลังนี้ มันเลยทำให้พลังแห่งห้วงมิติของเขายังคงอยู่แค่ระดับ 2 เท่านั้น
ทว่าตอนนี้เหมือนจะมีหนึ่งทางแล้ว
ถ้าเขาสามารถฆ่าพังพอนมายาได้…
พอคิดแบบนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็แทบจะอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป
แต่ไหนแต่ไรเขาไม่ได้ถูกกับการใคร่ครวญสิ่งใดนาน ๆ อยู่แล้วด้วย ดังนั้นหลังจากที่ถามข้อมูลต่าง ๆ เสร็จ ฉู่โม่วก็ไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ดังกล่าว ราวกับตนเป็นพังพอนมายาที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไปมา
ตอนนั้น…
ผู้ปลุกพลังที่บอกข่าวฉู่โม่วทำได้เพียงมองเขาหายวับไปเท่านั้น เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดเบา ๆ “แต่เดิมฉันคิดว่าคุณฉู่โม่วน่ะเป็นแค่ปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น ต่อให้จะเก่งจริง ๆ ก็น่าจะแค่มากกว่าฉันไม่มากนัก ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าเขาจะเก่งถึงระดับนี้!”
“ด้วยความสามารถระดับนี้ เขาต้องกลายเป็นเสาหลักคนใหม่และเป็นจ้าวยุทธ์ในอนาคตได้แน่ ๆ!”
แม้จะเป็นถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม แต่ยังมีความอิจฉา
แต่ความอิจฉานั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่อะไร
เพราะรู้ตัวดีว่าถึงแม้ตนเองจะเป็นถึงนายพลเมือง ทว่าด้วยความสามารถและความเชี่ยวชาญ หากไม่พลาดท่าตายกับเหตุการณ์ไหนเสียก่อน ชั่วชีวิตนี้ได้ขึ้นเป็นนายพลเมืองระดับสูงก็คงตายตาหลับ คนอย่างเขาไม่มีทางเป็นจ้าวยุทธ