์ได้อย่างแน่นอน
“เอาเถอะ… เฮ้ กลับกันได้แล้ว พวกเราไปรอกันที่หอคอยวรยุทธ์ดีกว่า!”
เมื่อได้สติกลับมา เขาก็ส่ายหัวแล้วพูดขึ้น
“กลับเหรอ? นายจะไม่หาของต่อแล้วหรือไง?”
ผู้ปลุกพลังคนอื่นถามด้วยความที่เขายังไม่อยากจะกลับไปสักเท่าไหร่
“ไม่เอาแล้ว ที่นี่อันตรายเกินไปหากลำพังเพียงพลังของพวกเรา ต่อให้พวกเราจะเจอสมบัติบรรพกาลขึ้นมาจริง ๆ แต่การเอาชนะสัตว์อสูรที่ปกป้องมันอยู่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี!”
พูดไปเช่นนั้นแล้ว เขาก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ก็เป็นอย่างที่คุณฉู่โม่วว่าไว้นั่นแหละ”
“พวกเราควรจะคิดได้กันตั้งนานแล้ว ว่าสถานที่อย่างเขตแดนลับพวกนี้ มันเป็นสนามสำหรับให้เหล่าผู้ปลุกพลังตัวท็อปมาแสดงศักยภาพ ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา สิ่งเดียวที่ทำได้ก็มีแต่เชื่อฟังและรอคำสั่งเท่านั้น บางครั้งอาจจะโชคดีได้ชิมน้ำนิด ๆ หน่อย ๆ …แต่ถ้าเมื่อไหร่หวังจะกินเนื้อละก็… เราก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาตัวเองเข้าไปโยนให้สัตว์อสูรกินเลย!”
เมื่อฟังเช่นนั้นแล้วผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ แม้มันจะไม่น่ายอมรับนัก แต่นี่คือเรื่องจริง
นี่คือความห่างชั้นกันของพลังและพรสวรรค์
ยิ่งศักยภาพสูงก็จะยิ่งแข็งแกร่ง แล้วถ้ายิ่งแข็งแกร่งก็จะยิ่งไต่เต้าได้สูงขึ้น!
สิ่งที่เรียกว่าเขตแดนลับนี้ ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้เปิดมัน ไม่ว่าจะส่งผู้ปลุกพลังเข้าไปมากขนาดไหนในแต่ละครั้ง…
…ท้ายสุดทั้งหมดก็ไม่ต่างอะไรกับกา