ื่อกระทบพื้นแล้ว มันเติมเต็มเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาไว้ด้วยแสงสว่างเรืองรอง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสมือนเสียงจากกลองที่กำลังเร่งจังหวะทำนองมากขึ้น เสียงนี้ดังไปทั่วฟ้าปลุกใจของฉู่โม่วให้เต้นเป็นทำนอง
ทันทีทันใด เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างของฉู่โม่วก็เดือดพล่าน
ประดุจภูเขาไฟที่กำลังปะทุ มันยากที่จะข่มลงไปเสียเหลือเกิน
เส้นทางเบื้องหน้า
ค่อย ๆ ปรากฏเป็นภาพอันงดงามขึ้นต่อสายตาของฉู่โม่ว
ภาพของเหล่าเทพบรรพกาลมากมายกำลังต่อสู้กับอสูรร้ายที่สูงเสียดฟ้า พวกเขาเหล่านี้เปลี่ยนผืนโลกทั้งใบให้กลายเป็นสนามรบอย่างเลี่ยงไม่ได้
พลังที่น่ากลัวนั้นมีมากขนาดหยิบดวงจันทร์ หรือสั่งดาวตกได้ด้วยปลายนิ้วมือ รัศมีน่ากลัวแผ่กระจายไปทั่วบริเวณร่วมล้านกิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีสัตว์อสูรตัวใหญ่อีกหลายตนเข้าร่วมกับการต่อสู้ในครั้งนี้ และพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับอุกกาบาตที่ดิ่งลงมา
นกยักษ์ที่ยามแผ่ปีกแล้วสามารถปกคลุมผืนฟ้าจนแสงตะวันไม่อาจลอดผ่าน ดูแล้วมีขนาดปีกกว้างไม่ต่ำกว่าแสนกิโลเมตรอย่างแน่นอน
ทุก ๆ ฉาก
ทุก ๆ ร่าง
ล้วนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการไหว ว่าครั้งหนึ่งเคยมีสิ่งที่ครอบครองพลังระดับนี้อยู่
มันทำให้ผู้คนที่ได้มองร่างสั่นสะท้าน ไม่มีใครสามารถระงับความกลัวไหว…
อย่างไรก็ตาม
ฉู่โม่วที่ยืนอยู่บนหนทางแห่งการถามใจตนเองกลับไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย!
อันที่จริง
เขาเคยผ่านอะไรแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
ในชีวิตก่อน