่นเพราะ… เขาเป็นผู้ใช้ค่ายกลเวทเพียงคนเดียวของตระกูลสวี่!
ทันทีที่ออกมายืนด้านหน้าแล้ว
ผู้ใช้ค่ายกลเวทมนตร์นามว่าสวี่ฉานหยิบธงขนาดเล็กขึ้นมาโบกสะบัด พร้อมกับร่ายพลังบางอย่างที่เปี่ยมไปด้วยอณูแห่งชีวิตหนาแน่น และอณูแห่งชีวิตเหล่านั้นก็สั่นสะเทือนเกราะสีเหลืองทองจนมันเกิดการสั่นไหวทีละน้อย
นั่นไม่ใช่ภาพลวงตาหรือคิดไปเอง แต่เกราะสีเหลืองทองตรงหน้ากำลังสั่นอยู่จริง ๆ!
อึ่ก!
สวี่ฉานกระอักเลือดออกมา สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนักและซีดลงเรื่อย ๆ
ไม่เว้นแม้แต่ลมหายใจที่ยังเหนื่อยหอบ
“คะ… ค่ายกลเวทมนตร์นี่… น่ากลัวมาก ขนาดสร้างทิ้งไว้ตั้งหลายปี แต่แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้… ความซับซ้อนของพลังเวท คนที่สร้างมันคือผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงเลยจริง ๆ!”
เขาพูดด้วยความตกใจ
“แต่…”
“กาลเวลาคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นบ่อนทำลายทุกสิ่งอย่าง!”
“ท่านสวี่เถียน นำคนของพวกเราเข้าโจมตีค่ายกลนี้ที่ห่างไปจากตรงนี้ซ้ายมือสามร้อยเมตรครับ! ที่นั่นคือจุดที่เกราะป้องกันอ่อนแอที่สุด เราสามารถเปิดรูโหว่ได้!”
ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลเวทพูดขึ้นด้วยเลือดกบปาก
“เยี่ยม!”
สวี่เถียนพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ให้คนพาสวี่ฉานไปรักษาอาการ
ส่วนตัวเขานั้นนำผู้ฝึกยุทธ์อีกจำนวนหนึ่งมุ่งไปยังจุดอ่อนของค่ายกลนี้และเริ่มโจมตีทันที
ครืน! ครืน!
ผู้ฝึกยุทธ์ร่วมร้อยคนจากตระกูลสวี่ใช้กระบวนท่าวรยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อระเบิดเกราะป้องกันสีเหลืองทองนี้ การ