โจมตีเหล่านั้นรุนแรงเสียจนทำให้ตัวเกราะเกิดคลื่นสั่นสะเทือนไปทั่ว
จากการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งนี้
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เพล้ง!
ด้วยเสียงที่เหมือนกระจกแตกดังไปทั่ว ในที่สุดเกราะมนตราก็แตกออก!
ขณะเดียวกัน
อณูแห่งชีวิตที่รุนแรงพุ่งออกมาปะทะใบหน้า ความหนาแน่นของมันถึงขนาดทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปรับรู้ถึงเลือดลมในร่างที่ถูกปลุกปั่นให้ตื่นขึ้น
“ค่ายกลยักษ์พังแล้ว!”
“อณูแห่งชีวิตอะไรกันนี่!”
“ดูเหมือนว่าข้างในนี้จะมีสมบัติบรรพกาลซ่อนอยู่หลายชิ้นจริงด้วย!”
“ฮ่า ๆๆๆ ทุกสิ่งอย่างภายในนี้ต้องเป็นของตระกูลสวี่!”
ภายในหุบเขาแห่งนี้ อณูแห่งชีวิตหนาแน่นกำลังแทรกซึมเข้าไปทุกที่ราวกับกระแสน้ำ ทุกคนที่กระหน่ำโจมตีเมื่อครู่นี้จำต้องหยุดการกระทำลงและหันมองไปยังต้นตอของอณูแห่งชีวิตนี้ด้วยความตื่นเต้น
“ระวังตัวให้ดี!”
สวี่เถียนย้ำเตือนทุกคนอีกครั้งด้วยเสียงดัง
แต่ขณะที่พูดอยู่นั้น
เขาเองก็ไม่สามารถสลัดสีหน้าตื่นเต้นยินดีบนใบหน้าทิ้งได้เหมือนกัน
เพราะตรงหน้าคือตำหนักขุมทรัพย์ที่สำนักกระบี่สวรรค์เหลือทิ้งไว้!
หากตระกูลสวี่ได้สิ่งเหล่านี้ไปทั้งหมด พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหนูตกถังข้าวสารแล้ว!
และเขา สวี่เถียนก็จะได้ผลประโยชน์นับไม่ถ้วน!
บางทีด้วยสมบัติที่เก็บกลับไปพวกนี้ มันอาจจะช่วยให้เขามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ในอนาคตได้ด้วย!
แล้วถ้าเป็นแบบนั้น…
เขาก็มีโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าตระกูลที่อายุน้อยที่สุดเช่นกั