ๆ มาร่วมสองล้านนั่นด้วย!
สิ่งนี้มั่นใจได้เลยว่า…
ไม่ว่าผู้ปลุกพลังคนไหนที่เข้ามาภายในเขตแดนลับครั้งนี้ ก็ไม่มีทางหาได้เท่าเขาแน่นอน
หลังจากที่จัดเก็บสิ่งของเข้าไปในมิติพกพาเรียบร้อยแล้ว ฉู่โม่วก็เรียกอาไต๋ออกมาอีกครั้งเพื่อบุกตะลุยหาสมบัติต่อ
ไม่นานนัก
ภายใต้การนำทางของอาไต๋ ฉู่โม่วก็ออกจากดินแดนรกร้างและเข้าสู่เขตเทือกเขาใหญ่
ที่นี่มียอดเขาอยู่มากมาย หากหันมองรอบ ๆ แล้ว ด้วยจำนวนที่มากมายนี้ก็ทำให้ขี้เกียจนับไปได้ง่าย ๆ เลย
นอกจากนี้ตามแนวทิวเขายังมีป่าไม้เขียวขจีอยู่ทั่วไปหมดด้วย
ป่าไม้เหล่านี้ แสงอาทิตย์ไม่อาจเล็ดลอดเพราะถูกพุ่มไม้ใหญ่บดบังจนทำให้ภายในมืดสลัว
มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรมากมายหลายตนหลุดลอยมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ
“อาไต๋ ยังอีกไกลหรือเปล่า?”
ฉู่โม่วถาม
“นายท่าน ข้ารู้สึกว่าน่าจะอีกราว ๆ 48 กิโลเมตร”
วิหคล่าสมบัติที่ยืนอยู่บนไหล่ของฉู่โม่วตอบกลับ
เขาพยักหน้าก่อนจะกระตุ้นจิตสัมผัสให้ทำงานตลอดเวลาที่กำลังเดินหาสมบัติชิ้นใหม่นี้
ตั้งแต่ที่ได้กลั่นปฐมวิญญาณ พลังจิตของฉู่โม่วก็ทรงพลังขึ้นแบบทะยานฟ้า จากแต่เดิมที่ระยะของมันจะใช้ได้เพียงแปดกิโลเมตร แต่ในตอนนี้ขยับไปได้ไกลถึงแปดสิบกิโลเมตรแล้ว!
มันครอบคลุมพื้นที่ตรวจจับได้มากกว่านายพลเมืองระดับสูงเสียอีก!
ตลอดทาง…
ฉู่โม่วใช้จิตสัมผัสในการช่วยตามหาสมบัติชิ้นนี้เรื่อย ๆ
กระทั่งมาถึงปลายทาง เขาก็พบกับหญ้าโลหิตที่มีประโยชน์ต่อผู้ฝึก