ไปได้อีกพักใหญ่ ๆ เลย
ไว้เดี๋ยวเฉินซีเวยกลับมา เขาค่อยพาเธอออกจากที่ฐานแล้วเดินทางไปฐานจินหลิงด้วยกัน
สรุปสิ่งต่าง ๆ เสร็จ ฉู่โม่วก็ก้าวเท้าออกจากประตูไป
…
ภายในฐาน ฉู่โม่วตามหาตัวเสิ่นจิ้นและคนอื่น ๆ เพื่อจะถามไถ่ข่าวคราวที่เกิดขึ้น ทว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในฐานแล้ว จากข่าวสารที่ได้รับมา มันทำให้เขารู้ว่า เสิ่นจิ้นและคนอื่น ๆ ถูกคนจากฐานจินหลิงขอให้นำทางไปยังรอยแยกของมิติที่เป็นปัญหา
เพราะภายในฐานตอนนี้ไม่มีคนที่เขาคุ้นเคยเหลืออยู่ มันเลยทำให้ฉู่โม่วไม่รู้จะถามข่าวจากใครต่อดี
ทว่า
ตอนนั้นเอง
ร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งก็ผ่านหน้าเขาไป ร่างที่กำลังเดินช้า ๆ ด้วยขาข้างหนึ่งที่ไม่ดีนัก
“ช่ายเฟิง!”
ฉู่โม่วจำเขาได้ดี เพราะงั้นจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปหา
“อ๋า คุณฉู่นี่เอง! กลายเป็นคนใหญ่คนโตไปแล้วสินะครับ!”
ช่ายเฟิงที่ได้ยินเสียงรีบหันมามองตาม เขาตื่นตระหนกก่อนจะรีบทำความเคารพเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้ทักทายเขา
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้”
ชายหนุ่มโบกมือและมองไปยังช่ายเฟิงที่เดินขากะเผลกช้า ๆ เขาอดไม่ได้ที่จะถาม “เกิดอะไรขึ้นกับนายหรือเปล่า?”
อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน ช่ายเฟิงนำทีมนักล่าสายลมออกไปทำภารกิจต่าง ๆ เขาเป็นคนที่มีพลังงานเหลือล้นมาก ๆ
ในครั้งล่าสุดที่เจอกันในป่า แม้ว่าอีกฝ่ายจะตกที่นั่งลำบากอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
ทว่าในตอนนี้ เขากลับอยู่ในสภา