นที
เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายในเขตแดนลับระหว่างทาง เสิ่นจิ้นและอีกสี่คนก็แจ้งระดับขั้นของตัวเอง
ทั้งสี่คนนี้ล้วนอยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับต้น นอกจากเสิ่นจิ้นแล้ว อีกสามคนมีชื่อว่าสีอิ้ง หลู่ฉือ และหยวนตงเฟย
และที่สำคัญนอกจากเสิ่นจิ้นผู้มีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับ 3 แล้ว อีกสามคนไม่มีพลังธาตุอะไรเลย
พวกเขาต้องอ่อนแอมากแน่ ๆ พวกเขาพัฒนาระดับขั้นด้วยการฝึกฝนร่างกายล้วน ๆ
แต่เมื่อพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ ในหมู่ปรมาจารย์ยุทธ์แล้วมันคือระดับต่ำที่สุด
ไม่มีการพูดคุยใด ๆ ตลอดทาง
หลังจากผ่านไปสักพัก ทั้งสี่ก็ไปถึงรอยแยกห้วงมิติ
ที่นั่นเป็นพื้นที่ราบว่างเปล่า ปราศจากต้นไม้ มีเพียงวัชพืชเขียวชอุ่มกำลังเติบโต
แต่เดิมเคยมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ที่นี่ แต่เพราะพวกเขาที่ต่างก็ปล่อยรัศมีอันทรงพลังออกมาเข้ามาข้างใน สัตว์อสูรมากมายก็หนีจากไปด้วยความหวาดกลัว
“ตรงนั้น!” เสิ่นจิ้นลอยต่ำลงและชี้ไปข้างหน้า
ฉู่โม่วเองก็ลุกออกจากตัวเทียนเผิง
พญาหงส์ปีกทองคำกระพือปีกและหยุดลงบนก้อนหินขนาดใหญ่เพื่อจัดระเบียบขนของมัน
เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์มองดูด้วยแววตาอิจฉา
ในฐานะผู้ปลุกพลัง พวกเขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าพญาหงส์ปีกทองคำตัวนี้ทรงพลังไม่น้อย และมันยังเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ชั้นสูง ในไม่ช้ามันก็คงพัฒนาขึ้นเป็นระดับ 4 แล้ว!
ในตอนนั้น ฉู่โม่วมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังขนาดนี้ แล้วพวกเขาจะไม่อิจฉาได้ยังไง?
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าพวกเขาคิดอะไร เมื