นทันที
มันเป็นเพราะฐานจินหลิงไม่อยากเอาคนของตนเองเข้ามาเสี่ยงกับอันตรายที่อยู่ภายในนั้นนี่เอง ดังนั้นจึงพยายามจะลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ก็เลยขอให้ทางฐานลู่หยางส่งคนเข้าไปด้านในก่อน
“รอยแยกมิติเช่นนี้มีอันตรายมากมายซ่อนอยู่ภายใน อย่างน้อย ๆ คนที่จะเข้าไปได้ก็ต้องเป็นระดับปรมาจารย์ยุทธ์เสียก่อน ทั้งนี้เพื่อจะได้ทดสอบความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรได้ด้วย เพราะงั้นแล้ว… ข้าเลยคิดว่าปรมาจารย์ยุทธ์สี่คนสำหรับงานนี้น่าจะเหมาะสม แต่คนที่สี่นั้นไม่สามารถญาติดีกับเสิ่นจิ้นได้ สาเหตุที่ต้องใช้ปรมาจารย์ยุทธ์นั้นก็เพราะฉันค่อนข้างมั่นใจว่าภายในนั้นจะต้องมีสัตว์อสูรระดับ 5 อยู่แน่ เสิ่นจิ้นเพิ่งจะบาดเจ็บหนักจากเมื่อครั้งต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มาบุกเมือง แม้ภายนอกจะดูหายดีแล้วแต่พลังของเขายังไม่ฟื้นกลับขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
“ดังนั้นหากเขาเข้าไปในรอยแยกและเผอิญเจอเข้ากับสัตว์อสูร เขาจะต้องตายแน่ ๆ!”
พูดเช่นนั้น สีอิ้งก็ถอนหายใจและหันกลับมามองฉู่โม่ว “ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงอยากจะขอให้คุณฉู่ช่วยนำพาพวกเราเข้าไปตรวจสอบภายในรอยแยกนั้นทีได้ไหม?”
พูดจบ
ทุกคนรวมถึงเสิ่นจิ้นด้วยก็หันมามองฉู่โม่วด้วยความคาดหวัง
“ผมทำให้ก็ได้ครับ!”
ภายใต้ความคาดหวังของทุกคน ฉู่โม่วก็ใจเต้นแรงขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดออกไป
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายอมที่จะเข้าไปนั้น ไม่ใช่เพราะฉู่โม่วต้องการจะเสียสละแต่อย่างใด แต่นี่เกิ