ดจากการไตร่ตรองมาดิบดีแล้วภายในใจ
อันดับแรกเลย เสิ่นจิ้นถือเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งรวมถึงเป็นอาจารย์ของเฉินซีเวยด้วย หากฉู่โม่วปฏิเสธที่จะเข้าไป คนคนนี้จะต้องนำปรมาจารย์ยุทธ์อีกสามคนเข้าไปด้วยตนเอง และนั่นค่อนข้างจะตายตัวว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่รอดแน่
ยังไงเสียเสิ่นจิ้นก็เป็นคนที่เฉินซีเวยเคารพนับถือ เขาช่วยเธอเอาไว้เยอะ หากฉู่โม่วปล่อยให้เขาตาย เฉินซีเวยจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ
เรื่องที่สอง
การที่ฉู่โม่วมาที่นี่ก็หวังที่จะถามถึงวิธีที่จะทลายขีดจำกัดของร่างกายขั้นจอมยุทธ์ขึ้นไปอีกขั้น
ถ้าหากเขาปฏิเสธการขอความช่วยเหลือไปตอนนี้ การที่เขาจะขอความช่วยเหลือกลับมันคงเป็นเรื่องที่หนักใจพอสมควร บางทีพวกเขาอาจจะปิดบังกุญแจสำคัญที่จะพาเขาเลื่อนระดับไปเพียงเพราะเขาไม่ยอมช่วยเหลือก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เพราะงั้นแล้ว
เขาจึงตกลงที่จะช่วย
ทางฝั่งของเสิ่นจิ้นและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำตอบของฉู่โม่ว พวกเขาต่างก็แสดงความยินดีกันถ้วนหน้า
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ คุณฉู่!”
“ด้วยพลังของคุณฉู่ ภารกิจครั้งนี้จะต้องผ่านพ้นไปด้วยดีแน่ ๆ!”
พวกเขาแสดงคำขอบคุณ
บรรยากาศอึมครึมในตอนแรกนั้น บัดนี้ได้คลี่คลายลงไปเยอะแล้ว
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ยังไงซะผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิกฐานลู่หยางอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่อยากจะให้ฐานต้องถูกทำลายเพราะสัตว์อสูรที่มาจากรอยแยกมิตินั้นเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ”
ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม
หลังพูดไป