แบบนั้น
เขาก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “จริง ๆ ผมเองก็มีเรื่องอยากจะถามคุณปรมาจารย์ยุทธ์อยู่นิดหน่อยเหมือนกัน…”
“คุณฉู่ เชิญพูดมาได้เลย ตราบใดที่เป็นเรื่องที่พวกเรารู้ เราจะตอบท่านทุกอย่าง!”
ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสี่ตบหน้าอกแล้วพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“ถ้างั้น… พอดีผมเข้าสู่ระดับสูงของขั้นจอมยุทธ์แล้ว ทำยังไงถึงจะทะลวงผ่านสู่ขึ้นปรมาจารย์ยุทธ์ได้เหรอครับ พวกคุณเคยผ่านจุดนี้กันมาแล้ว? ใช้วิธีไหนในการทลายมัน?”
ฉู่โม่วอธิบายคร่าว ๆ และถามทิ้งท้ายไว้
หลังจากที่ได้ยินคำถามนั้น ปรมาจารย์ยุทธ์หลายคนก็ดูจะตอบอะไรไม่ได้
“มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในช่วงที่ขั้นจอมยุทธ์จะเลื่อนขั้นขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์นะ…”
“ฉันจำได้ว่าเมื่อตอนที่ฝึกฝนจนมีพลัง 2 ช้างสาร ที่ถือเป็นขีดจำกัดของขั้นจอมยุทธ์ ตอนนั้นฉันก็สามารถขยับขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้แทบจะทันทีเลย ทุกอย่างราบรื่นเหมือนวันที่ทะเลน้ำนิ่ง!”
“ผมเองก็เช่นกัน ตอนที่ทลายขีดจำกัด มันราบรื่นมาก ผมไม่เคยเจอปัญหาอะไรนะ!”
“หรือเป็นเพราะคุณฉู่ขยันฝึกฝนมากเกินไปจนเกิดความผิดปกตินะ?”
ปรมาจารย์ยุทธ์เหล่านี้เริ่มหันมาถกประเด็นกัน
มันทำให้ฉู่โม่วขมวดคิ้วขึ้นมา
ไม่มีปรมาจารย์ยุทธ์คนไหนเคยเจอปัญหาแบบเขาเลยงั้นเหรอ? นี่มันกลายเป็นเขาคนเดียวที่มีปัญหากับการทลายขีดจำกัดของร่างกายไปได้อย่างไรกัน?
ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังครุ่นคิดกับตนเอง
จังหวะนั้น
ปรมาจารย์ยุทธ์สีอิ้งก็เหมือนจะ