ก็แค่เดาไปเรื่อยเปื่อย”
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
“ช่างเป็นพี่ชายที่สายตาหลักแหลม ต้องกล่าวชม”
ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างขึ้นนิดหน่อย “พูดกันตามตรงเลย ฉันค่อนข้างพอใจในตัวนายตั้งแต่แรกเห็นมาก ๆ ก็เลยอยากจะถามสักหน่อยว่า นายสนใจอยากจะเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของฉันหรือเปล่าล่ะ? มาอุทิศตนให้กับตระกูลของฉัน… ตราบใดก็ตามที่นายยังยินดีจะช่วย ฉันก็ยินดีที่จะตอบแทนนายด้วยทรัพยากรสำหรับการฝึกกองใหญ่ รับรองว่าต้องพอใจแน่ ๆ!”
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอจริง ๆ พี่ชาย”
“แต่ฉันเองก็เป็นแค่ผู้ปลุกพลังทั่วไป แล้วก็ค่อนข้างขี้เกียจเลยด้วย ฉันชอบที่จะทำตัวเรื่อยเปื่อยแล้วก็หละหลวมในการฝึกค่อนข้างมาก กลัวว่าจะรับงานจากพี่ชายไม่ไหว!”
ฉู่โม่วปฏิเสธตรง ๆ
กำลังเล่นตลกกันอยู่หรือไง?
คนพวกนี้น่ะ ต่อให้ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ แต่ฟังดูแล้วน่าจะไม่ใช่คนทั่วไปแน่ ๆ
แต่ต่อให้จะเป็นคนที่มาจากตระกูลใหญ่ทรงอำนาจจริง ๆ ฉู่โม่วก็ไม่เข้าร่วมด้วยหรอกนะ ยังไงเสียตัวเขาก็มีความลับมากเกินไป หากพวกเขารู้เข้าละก็ เขาอาจจะต้องไล่ฆ่าอีกฝ่ายเพื่อความจำเป็นด้วย
อย่างไรก็ตาม
หลังจากพูดไปเช่นนั้น ชายชราที่ยืนอยู่ที่ประตูที่เฝ้ามองสถานการณ์ด้วยความตึงเครียดมาตลอด ก็แสดงความเคร่งขรึมในแววตาออกมา
“นายท่านฉีหลินเกิดในฐานจินหลิงที่ยิ่งใหญ่ อีกอย่างเขายังเป็นทายาทที่เก่งที่สุดแห่งตระกูลสวี่อีก เป็นผู้มีความสาม