หยาดฝนและไหลรวมกันไปเป็นบ่อเลือดรอบตัว
มองผ่านสายตาของเขา ทุกสิ่งอย่างถูกฉาบไปด้วยสีแดงจนแทบจะไม่เหลือสีอื่นแล้ว
ทางด้านกำแพงฐาน
ผู้ปลุกพลังมากมายกำลังตกตะลึงอยู่กับความแข็งแกร่งของฉู่โม่ว
พวกเขามองสัตว์อสูรที่ล้มตายจากการโดนกระบี่ฟาดฟันเพียงครั้งเดียว สายฟ้าที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องและเข้าเป้าหมายทุกครั้งราวกับจับวาง ทุกสิ่งอย่างมันเหนือเกินกว่าที่จะกล้ามองว่าอีกฝ่ายก็เป็นมนุษย์เหมือนกันไปแล้ว
ในขณะนั้น
มีปรมาจารย์ยุทธ์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้สติกลับมาก่อน เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “พี่เสิ่น… ความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ยุทธ์หนุ่มผู้นี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”
เสิ่นจิ้นพยักหน้าเห็นด้วย แต่เขาก็พูดขึ้นต่อ “เขาเป็นคนหนุ่มที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่ถึงแม้ว่าฉันจะแข็งแกร่งไม่เท่าเขา แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ตนเองรอคอยอยู่เบื้องหลังได้เช่นนี้… ฉันเองก็จะสู้ไปกับเด็กหนุ่มคนนั้นด้วย!”
พูดไปเช่นนั้น เสิ่นจิ้นก็กระโจนออกจากกำแพงฐานแล้วเข้าโถมใส่เหล่าสัตว์อสูรเบื้องล่างทันที
“กำจัดพวกมันให้หมด!”
คนอื่นที่เหลือหันหน้ามองกันเอง ก่อนจะตัดสินใจใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน
ฝนฟ้ายังคงโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับอสนีบาตที่ยังฟาดผ่านลงมาอยู่เรื่อย ๆ
ฉู่โม่วไล่กำจัดสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่กระบี่ของเขาถูกชักออกจากฝัก คลื่นกระบี่ที่อัดแน่นอยู่ภายในก็จะคำรามออกมาราวกับมีชีวิตและ