นฐานลู่หยางแห่งนี้
คาดหวังมากเกินไปคงไม่ดี
สิ้นสุดการฝึกวิชา ฉู่โม่วเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน
กระนั้น ชายหนุ่มพลันได้ยินเสียงคำรามลั่นจากภายนอก กึกก้องไปทั่วโสตประสาท
“นี่มัน…”
“เป็นไปได้ไหมว่าสัตว์อสูรเริ่มโจมตีแล้ว” ใบหน้าเขาเปลี่ยนสีไป
“เทียนเผิง ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น”
ฉู่โม่วส่งกระแสจิตถึงพญาหงส์ปีกทองคำ
หลังจากที่ทำพันธสัญญาวิญญาณ เขาก็สามารถสื่อจิตกับมันได้
“มีสัตว์อสูรนับไปถ้วนนอกฐานกำลังโจมตีเมืองมนุษย์… คาดว่าคงต้านต่อไปไม่อยู่แล้ว!” ในไม่ช้าพญาหงส์ปีกทองคำก็ส่งข่าวกลับมา
สิ้นคำตอบ ฉู่โม่วพลันมีท่าทีตะลึงลาน “ข่าวใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้!”
“ก็ท่านเป็นคนบอกว่าต้องการจะพักนี่ ข้าก็เลยไม่กล้ารบกวน…” เทียนเผิงทำเสียงอ่อนด้วยรู้สึกแย่
ฉู่โม่วอดอ่อนใจไม่ได้ อย่างไรเขาก็รู้ดีว่าพญาหงส์ปีกทองคำตนนี้แม้จะมีสติปัญญา ก็หาใช่มนุษย์โดยกำเนิด
“ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่แนวหน้า! แล้วซีเวยละ… ไม่ได้ เธอต้องไปเป็นอะไร!”
คิดได้เช่นนี้ ในอกก็พลันแน่นขนัดคล้ายบีบรัด เขารีบไปที่ประตูเมืองทันที
ระหว่างทางฉู่โม่วกำชับเทียนเผิงไว้เรื่องหนึ่ง “เทียนเผิงตรวจดูหน่อย ในนั้นมีหญิงสาวหน้าตาสวย ๆ อยู่ท่ามกลางฝ่ายมนุษย์ไหม เธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หากมีอันตรายอะไรก็เข้าไปช่วยเธอซะ ปกป้องไว้ให้ได้!”
ฉู่โม่วเริ่มบรรยายถึงรูปลักษณ์ของเฉินซีเวย
“รับทราบ” เทียนเผิงตอบรับ
มันเฝ้าวนเวียนอยู่รอบฐานตลอดเวลา
ตั้