งแต่ที่สัตว์อสูรเริ่มปรากฏตัว เทียนเผิงก็โฉบตัวเหนือแผ่นเมฆโดยไม่หยุดพัก
ยามนี้เอง เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย มันจึงเริ่มค้นหาเฉินซีเวยทันที
…
ฉับ!
เฉินซีเวยตัดหัวสัตว์อสูรเบื้องหน้าด้วยกระบี่เดียว
เมื่อกวาดมองไปรอบ ๆ แม้ว่ากลุ่มของสัตว์อสูรที่กระโจนเข้ามาจะถูกกำจัดไปสิ้นแล้ว แต่เพื่อนร่วมรบของเธอต่างบาดเจ็บกันไม่มากก็น้อย
ครั้นเพ่งมองยังที่ห่างไกล
สัตว์อสูรอันยากจะนับปริมาณกำลังคืบคลานเข้ามาราวระลอกคลื่น
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดรู้สึกประหวั่นไม่ได้ เหมือนว่าลมหายใจหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ไม่อยากจะมองมันอีกเลย
เด็กสาวซับเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะหยิบยาวิเศษขึ้นมาจากใต้แขนเพื่อฟื้นฟูเลือด
ตอนนี้ขีดจำกัดร่างกายจวนจะหมดลงทุกที
เธออาศัยช่องว่างระหว่างรอกลุ่มของสัตว์อสูรตัวใหม่ที่ดูไม่ได้เร่งรีบนัก เพื่อฟื้นฟูลมปราณและเลือดอย่างรีบเร่ง
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เองที่ได้ยินเสียงตะโกนจากระยะไกล
“สัตว์อสูรระดับ 4 อีกกลุ่มกำลังมาแล้ว!”
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เฉินซีเวยละสายตาจากสิ่งที่กำลังจดจ่อ สัตว์อสูรตัวมหึมานับสิบตัวกำลังกระโจนเข้ามาอย่างว่องไว
กายของพวกมันปล่อยกระแสพลังที่ชวนให้สิ้นหวังเมื่อสบมอง
“สัตว์อสูรระดับ 4 ทั้งสามสิบห้าตัวนั้นแข็งแกร่งพอ ๆ กับปรมาจารย์ยุทธ์เลย…”
“สัตว์อสูรระดับ 5 คงส่งพวกมันมา มันตั้งใจจะจัดการพวกเราในคราวเดียวสินะ!”
เฉินซีเวยรู้สึกหมดหวัง
ก่อนหน้านี้ปรมาจาร