านั้น และผลลัพธ์ก็ทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจเป็นอย่างมาก
“ไอ้หนุ่ม กล้าเมินฉันแบบนี้อยากตายหรือไง!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วไม่สนใจพวกตน ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นก็โกรธจัดทันที
เขาหยิบอาวุธออกมาและตั้งใจจะฆ่าฉู่โม่วทันที
“หนวกหู!”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างเยือกเย็น
ร่างของเขาพลันสว่างวาบและเคลื่อนกายไปหาผู้ปลุกพลังเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของชายหนุ่มคว้าคอของชายคนนั้นไว้
ผู้ปลุกพลังคนนั้นตายก่อนที่จะได้ส่งเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำ!
เมื่อฉู่โม่วโจมตีออกไปอีก ผู้ปลุกพลังก็ตายไปอีกสองคน
พวกเขาไม่ทันมองฉู่โม่วให้ชัด ๆ ก็ตายลงซะแล้วในพริบตาเดียว!
ตั้งแต่ฉู่โม่วเลื่อนขั้นขึ้นเป็นผู้ปลุกพลัง… ผู้ปลุกพลังขั้นผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้อีกต่อไป
อะไรกัน!
ตอนนี้ผู้ปลุกพลังคนสุดท้ายเงียบกริบ ฟันของเขาสั่นกระทบกันไม่หยุด
จนถึงตอนนี้
เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไปเตะแผ่นเหล็กเข้าแล้วแน่ ๆ!
“อย่าเลย อย่าฆ่าฉัน… ยกโทษให้ด้วย! ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย!”
เมื่อเห็นสายตาของฉู่โม่วกวาดมาถึงตน เขาก็ทรุดลงไปที่พื้นและร้องขอชีวิตด้วยความหวาดผวา
“บอกฉันหน่อย ตอนนี้ที่ฐานลู่หยางเป็นยังไงบ้าง?”
ฉู่โม่วเอ่ยถามเบา ๆ
ตอนที่ชายหนุ่มออกมาฐานลู่หยาง มันยังอยู่ภายใต้ช่วงห้ามเข้าออก และปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสองคนของฐานหลักก็ยังไม่ได้ส่งข่าวคราวอะไรกลับมาเลย
ตอนนี้ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว
เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!
เมื่อได้ยินคำถามของ