ว์อสูรระดับ 4 แล้ว จึงจำเป็นต้องเคลื่อนที่ให้ช้าลงและระมัดระวังตัวมากขึ้น ขณะที่ต้องค้นหาร่องรอยของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ไปด้วย แน่นอนว่าเทียนเผิงเองก็ช่วยหาจากบนฟากฟ้าด้วยเช่นกัน
แต่…
ตามบันทึก สัตว์อสูรตนนี้ค่อนข้างที่จะฉลาด ดังนั้นการหาร่องรอยของมันจึงค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากมาก…
เพราะงั้นแม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ฉู่โม่วยังไม่พบร่องรอยของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ตัวนั้นเลย เขาทำได้เพียงจัดการกับเหล่าสัตว์อสูรระดับ 3 ที่เผอิญปรากฏตัวขึ้นมาแทนเท่านั้น
วันนี้
ฉู่โม่วกำลังยืนมองซากกิ้งก่าปรอทที่อยู่เบื้องหน้าตน มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ที่บังเอิญเดินมาเจอฉู่โม่วเข้าและถูกกำจัดทิ้งไปเมื่อไม่นานมานี้
‘นี่ก็เจ็ดวันแล้วนะหลังจากที่ออกมาตามหาตัวนิ่มแปดแถบยักษ์นั่น ถ้าวันนี้ยังไม่เจออีกละก็ เห็นทีคงต้องกลืนกินเจ้ากิ้งก่าปรอทนี่แล้วกลับฐานไปแทน!’
เขาคิดกับตนเอง
หลังจากมุ่งมั่นอย่างนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มเดินสำรวจทุ่งหญ้าขนาดใหญ่นี้อีกครั้ง!
ตอนนั้นเอง
“นายท่าน ข้าเห็นใครบางคนกำลังสู้กับสัตว์อสูรอยู่ไม่ไกลนี้ครับ!”
ได้ยินดังนั้น
จิตใจของฉู่โม่วก็สั่นระรัวขึ้นมาทันที
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลออกจากฐานนับพันกิโลเมตร ซึ่งถือว่าไกลมากแล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีในช่วงนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่จะต้องถูกกักตัวอยู่ในฐานแท้ ๆ แต่ทำไมถึงได้มีคนมาอยู่ในที่อย่างนั้นได้ล่ะ!?
“รีบไปดูเร็วเข้า”
ฉู่โม่วให้เทียนเผิงนำทาง