ตนนี้ก่อนที่มันจะสามารถทลายขีดจำกัดได้สำเร็จ พวกเขาต้องช่วยกันรั้งมันไว้ก่อนที่มันจะกลายเป็นภัยพิบัติในภายหลัง
“ฐานฉางเฟิงอยู่ห่างกับฐานลู่หยางถึงหนึ่งพันกิโลเมตร ต่อให้ฐานฉางเฟิงจะถูกทำลาย ที่นี่ก็ยังปลอดภัยไปได้อีกสักระยะ เป็นไปได้ เราควรระมัดระวังตัวไว้จะดีกว่า”
ในตอนท้าย เฉินซีเวยก็กล่าวเตือน “ในอนาคตฐานลู่หยางเองก็น่าจะต้องเจอปัญหาไม่ต่างกัน ระหว่างนั้นนายเองก็อยู่บ้านไปก่อนแล้วกัน พยายามอย่าออกไปที่ไหนหากไม่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดฝันด้วย”
“แล้วเธอล่ะ?”
ฉู่โม่วได้โอกาสถามกลับ
“ฉันเป็นผู้ฝึกยุทธ์นะ เพราะงั้นถ้าช่วงวิกฤตมาถึง ฉันย่อมยืนหยัดสู้อยู่แล้ว!”
เฉินซีเวยพูดเสริม “ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะมีปรมาจารย์ยุทธ์เกือบสิบคนที่เข้าร่วมยุทธการกำจัดสัตว์อสูรตนนี้ สถานการณ์มันไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ยังไงพวกเราก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนเผื่อว่ามีอะไรผิดพลาด!”
“ฐานลู่หยางในตอนนี้เหลือปรมาจารย์ยุทธ์เพียงคนเดียว นั่นคือ อาจารย์ใหญ่เสิ่น เขาจะคอยควบคุมและจัดการผู้ฝึกยุทธ์ในฐานแห่งนี้เพื่อให้คอยรับมือหากมีสัตว์ร้ายบุกเข้ามาในช่วงเวลานี้”
“เพราะงั้น…”
“ฉันเองก็อาจจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักพักหนึ่งเหมือนกัน นายต้องไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ!”
เธอไม่รู้ว่าฉู่โม่วนั้นกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงเตือนเขาไว้ด้วยความหวังดี
และเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ครุ่นคิด เขาวางแ