ย่างไรเสียก็เป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งของใต้หล้า ถึงแม้จะไม่สู้กับกองกำลังชั้นนำอย่างขุนเขาอนันต์ จวนขุนพลเทวะเหล่านี้ แต่การสามารถไต่เต้าเข้าสู่ได้ก็ยากอย่างยิ่งแล้ว
มาถึงปากของอีกฝ่าย กลับกลายเป็นเหมือนกับสถานที่ที่แย่มากอย่างนั้นรึ
แต่ว่า จ้าวหลิงซวงและคนอื่นๆ ถึงแม้จะโกรธเคือง แต่กลับไม่กล้าพูดอะไร ท้ายที่สุดแล้วนี่คือตระกูลจิน
เซียวเหยียนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่คิดว่าในโลกจะมีคนที่มี EQ ต่ำขนาดนี้อยู่จริงๆ มิน่าเล่าขุนศึกในสมัยโบราณถึงได้เล่นเกมไม่สู้กับขุนนางฝ่ายบุ๋น สมองนี่ อ้าปากก็คือการล่วงเกินคนแล้ว
“พี่หย่ง ไปกันเถอะ”
ข้างๆ กัน จินรั่วหลันก็ตระหนักว่าคำพูดของจินเฟยนี้ค่อนข้างจะเกินไปแล้ว ก็ไม่ยอมอยู่ต่ออีก เตรียมจะไปดูที่เมืองปีกคราม หากไม่มีอะไรก็จะรีบกลับบ้านโดยเร็ว
จินเฟยแค่นเสียงเย็นชา ก็ถือโอกาสหาทางลงเตรียมจะจากไป
เซียวเหยียนเอ่ยขึ้น “จะไปอย่างนี้รึ?”
“หืม?” จินรั่วหลันขมวดคิ้ว มองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่กลางห้องโดยสาร แวบเดียวก็มองออกว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นแกนหลักของคนไม่กี่คน
“ช่วยพวกเจ้าแก้ไขปัญหาภัยอสูร ไม่กล่าวขอบคุณก็แล้วไป เรื่องในสนามรบชายแดนวิหคอุดรขอ