หยวนเล่าขานความแข็งแกร่งของเขาให้ฟัง แต่เธอก็ไม่เคยได้สัมผัสกับตาตัวเอง
ก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วใช้วรยุทธ์ประกอบกับพรสวรรค์เพื่อล้มสัตว์อสูร ซึ่งพลังเหล่านั้นช่างเกินจินตนาการไปมาก
ในที่สุด หมัวซานซานก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อความแข็งแกร่งของฉู่โม่ว
ทว่าไม่ได้มีแค่เธอที่รู้สึกเช่นนั้น
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังทำความสะอาดเหลือบมองคนทั้งสองเป็นครั้งคราวด้วยสายตานับถือ
ก่อนเข้ามาในเขตแดนลับ หมัวซานซานเคยบอกกับพวกเขาว่าฉู่โม่วแข็งแกร่ง แต่ตอนนั้นพวกเขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
คำว่าแข็งแกร่งที่ว่า …มันแข็งแกร่งแค่ไหนกันล่ะ?
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจชัดเจนแล้ว
ฉู่โม่วแกร่งมากพอจะจัดการพวกเขาคนใดคนหนึ่ง
หรือไม่ก็…
พวกเขาทั้งหมด!
“ไม่ต้องใส่ใจนักหรอกน่าคุณหนูหมัวซานซาน” ฉู่โม่วสะบัดมือ ก่อนกวาดตาไปยังกองซากศพ และถามข้อสงสัย “แล้วพวกคุณไปเจอสัตว์อสูรเยอะขนาดนี้ได้ยังไงกัน”
สัตว์อสูรระดับ 2 มากกว่าร้อยตัว นี่มันแทบจะเกินคำว่าฝูงไปไกลแล้ว!
เมื่อได้ยินคำถาม หญิงสาวก็ทำได้แค่ตอบผ่านสีหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันเจอสมุนไพรหายากระหว่างทาง พอจะไปเก็บกลับเจอกับสัตว์อสูรที่เฝ้าไว้อยู่ ก็เลยพลั้งมือฆ่ามันโดยไม่ตั้งใจน่ะสิ”
“เจ้านั่นมันส่งเสียงหอนก่อนที่จะตาย …ตอนนั้นฉันเองก็ไม่ได้สนใจ”
“ใครจะไปรู้เล่าว่ามันเป็นจ่าฝูง! พอมันหอนเสร็จ สัตว์อสูรพวกนั้นก็ออกมาเป็นโขยง! สุดท้ายก็ลงเอยที่การต่อสู้แบบที่เห็นนี่แหละ” จบประโยค