ดวงหน้าของหมัวซานซานฉายแววหม่นหมอง
เมื่อรู้อย่างนั้น ฉู่โม่วก็ตกตะลึง
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดคนตรงหน้าถึงหดหู่นัก คงเป็นโชคไม่ดีของเธอที่พลั้งมือฆ่าโดยไม่ตั้งใจ แถมยังมาบังเอิญเจอเรื่องอันตรายขนาดนี้
“แล้วคุณหนูจะเอายังไงต่อ” เขาถาม
“นี่เป็นเขตแดนลับขนาดเล็กที่มีพื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่ เรารออยู่ที่นี่จนกว่าจะรวมตัวกันครบคงดีกว่า!” หมัวซานซานตอบ
ได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้า
ฉู่โม่วไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเขตแดนลับนี้นัก
เรื่องที่ว่าต้องสำรวจอย่างไร? ต้องทำอะไรบ้าง? เขาได้แต่ฟังหญิงสาวตรงหน้าอธิบายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การออกวิ่งไปอย่างมีเป้าหมายก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย!
เมื่อคิดเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เลือกพื้นที่พอนั่งได้บนต้นไม้ แล้วนั่งขัดสมาธิ ก่อนจะหลับตาพักผ่อน
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า…
บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ต่างทยอยมารวมตัว ในที่สุดเวลาเย็นย่ำก็มาเยือน …พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน
หมัวซานซานจึงส่งคนมาหาคุยกับฉู่โม่วเกี่ยวกับการสำรวจเขตแดนลับต่อไป
เมื่อฟังการรายงานของผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง ชายหนุ่มก็พลันลืมตาและกระโจนลงจากต้นไม้ ก่อนเดินตรงไปที่ค่ายพักแรมซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก