ามาทักทายเขา
คนเหล่านี้คือพนักงานของหอการค้าหยกแก้วที่ประจำการอยู่ที่ฐานฉางเฟิงแห่งนี้
“โอ๊ะ ไอ้หลานชาย ไม่เจอกันไม่กี่ปี เดี๋ยวนี้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้วเหรอ?”
เฉียนหยวนที่คุ้นเสียงจึงหันไปมองตาม ทันทีที่เห็นว่าผู้เดินนำเหล่าผู้ฝึกยุทธ์มาในครั้งนี้เป็นใคร ก็ดีใจจนออกนอกหน้าและกล่าวทักทายอย่างคิดถึง
“ผมแค่บังเอิญทลายขีดจำกัดได้น่ะครับ ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวผมจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ในชีวิตนี้”
ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลซุนตัวน้อยพูดด้วยความถ่อมเนื้อถ่อมตน แต่ถึงอย่างนั้น ใบหน้าของเขาก็ไม่สามารถซ่อนความดีใจไว้ได้เช่นกัน
หลังจากกล่าวทักทายกันไปบ้างแล้ว ผู้ปลุกพลังอีกคนของสกุลซุนที่อยู่ในขั้นจอมยุทธ์ก็กล่าวถามขึ้นมา “พวกคุณเจออันตรายอะไรกันระหว่างเดินทางมาหรือเปล่าครับ?”
ได้ยินคำถามดังกล่าว เฉียนหยวนก็ถอนหายใจ “อย่าไปพูดถึงมันเลย พวกฉันเจอกับพังพอนมายาระหว่างทางด้วย มีพี่น้องหลายคนต้องตายเพราะมัน โชคดีที่รอดมาได้… ท่านซุน ถ้ายังไงช่วยพาพวกฉันไปยังที่พักที่จัดไว้ให้ทีนะ ฉันคิดว่าทุกคนน่าจะเหนื่อยจากการหนีไอ้พังพอนนั่นจนมาถึงที่นี่กันหมดแล้วล่ะ”
เฉียนหยวนเลี่ยงที่จะพูดเรื่องในอดีตทั้งหมด แถมยังรีบตัดบทสนทนาไม่ให้อีกฝ่ายขยายความต่อด้วย
ฉู่โม่วที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเฉียนหยวนพยายามเก็บเรื่องของเขาเป็นความลับ
ตนเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง หากเรื่องที่สามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 ได้