เมื่อสิ้นคำ เจ้าตัวไม่เอ่ยพูดอะไรอีก ทำการพุ่งทะยานร่างออกไปทันที!
ขณะที่ร่างเคลื่อนเข้ามาใกล้ เสียงลมหายใจเข้าออกของอีกฝ่ายพลันกลายเป็นดั่งเสียงของน้ำตกเชี่ยวกราก
เพียงพริบตา พลังของผู้ฝึกยุทธระดับกลางก็พลันถูกปลดปล่อยออกมา!
เมื่อต้องเผชิญกับพลังเช่นนี้ แทนที่จะถอยหนี เฉินซีเวยกลับนิ่งงันอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
เธอเม้มริมฝีปากน้อย ๆ ปลายกระบี่ยังคงจรดชี้ไปที่คนตรงหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
แม้เธอจะเป็นผู้ปลุกพลังซึ่งเปี่ยมพรสวรรค์ แต่ก็เพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นาน
ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงนี้ หญิงสาวไม่ต่างจากเรือน้อยกลางพายุคลั่ง ไม่อาจล่วงรู้จะล่มสู่ห้วงสมุทรเมื่อไร
และแล้วก็เป็นไปดังคาด
เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้ง เฉินซีเวยก็ผงะถอยพรวด เลือดแดงฉานทะลักของริมฝีปากก่อนตัวจะแนบซบกับพื้น
เธอพยายามพยุงร่างขึ้น แต่ความขมของโลหิตที่แทรกซึมทั่วปากกลับบังคับให้ต้องถุยของเหลวในนั้นออกมา
ถุย!
“เห้อ… เห็นเธออ่อนแอแบบนี้ ฉันละนึกสงสารจริง ๆ…”
สวี่กวงค่อย ๆ สาวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกระบี่ในมือ กวาดตาไปยังเรืองร่างงดงามแล้วส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
“ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะคนสวย จะยอมดี ๆ หรือจะยอมทั้งน้ำตา” เขาว่า
เฉินซีเวยไม่ได้ตระหนกหรือสั่นคลอนประการใด ดวงตาของเธอยังคงไร้แววเหมือนเดิม ประหนึ่งว่าไม่ได้บาดเจ็บสาหัสแม้แต่น้อย
ความเงียบยังคงปกคลุมทั่ว
ทว่าท่าทางเช่นนี้ทำให้ผู้รับชมเกิดความไม่พอใจ
ภาพที่เ